windows

   Thailand (TH)  English (Eng) 

 

ribbon top left

ข้าวโพด Corn, Maize

   

...ข้าวโพด ที่ปลูกในประเทศไทยมีทั้งชนิดสีขาวและเหลือง ทั้งสองชนิดมีคุณค่า ทางอาหารใกล้เคียงกันแต่สีเหลืองมีแคโรทีน (carotene) ซึ่งเป็นแหล่งที่ให้

วิตามินเอ มากกว่า ข้าวโพดมีโปรตีนประมาณ 8 – 9 เปอร์เซ็นต์ มีกรดอะมิโนไลซีน ทริปโตเฟน และเมทไธโอนีนต่ำ การย่อยได้ทั้งหมดประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ข้าวโพดขาดวิตามินบี หลายชนิด เช่น วิตามินบี 12 และกรดแพนโททินิก ส่วนไนอาซีนมีมากแต่จับตัวเป็น โมเลกุลใหญ่ทำให้สัตว์ปีกและสุกรใช้ประโยชน์ได้น้อยลง จึงต้องให้อาหารโปรตีนที่มีคุณภาพดีผสมกับข้าวโพดเพื่อลดการขาดกรดอะมิโนน้อยลง และเสริมด้วยวิตามินสังเคราะห์

ข้อแนะนำในการใช้ข้าวโพด

- ข้าวโพดทั้งเมล็ดย่อยยาก ต้องบดให้ละเอียดก่อน

- เลือกใช้ข้าวโพดที่แห้งสนิท แต่ถ้ามีความชื้นสูงเมื่อผสมอาหารแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 1-2 วัน เพื่อป้องกันเชื้อราและจับตัวเป็นก้อน

- ถ้าซื้อข้าวโพดจากไซโลมาใช้ ควรเก็บไว้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ยาฆ่าแมลงระเหยออกไปหมดก่อนจึงนำไปใช้

ผลพลอยได้จากข้าวโพด (corn by product)

 .....ผลพลอยได้จากการปลูกข้าวโพด ประกอบด้วยเมล็ดข้าวโพด บดปนกับซัง (corn and cob meal) ซึ่งมีสัดส่วนของซัง ประมาณ 20 – 25 เปอร์เซ็นต์ และเมล็ด 70 – 75 เปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนัก เหมาะส้าหรับนำไปเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง โดยทั่วไปไม่นำไปเลี้ยง สุกรและสัตว์ปีก มีโปรตีนประมาณ 7 – 8 เปอร์เซ็นต์ และการย่อย ได้ทั้งหมดของโภชนะ 73 – 75 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผลพลอยได้จาก อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้าวโพดได้แก่ รำข้าวโพด (corn bran) ซึ่ง เป็นส่วนเยื่อหุ้มของเมล็ดข้าวโพดมีโปรตีนประมาณ12– 16 เปอร์เซ็นต์ และเยื่อใย 10 – 12 เปอร์เซ็นต์ 

- ต้นข้าวโพดหวาน  ปกติหลังเก็บฝักเกษตรกรจะปล่อยให้ตายในแปลงแล้วไถกลบหรือเผา แต่ในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงโค-กระบือสามารถตัดมาใช้เลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งข้าวโพดระยะนี้อายุประมาณ 75-85 วัน ยังมีส่วนที่เป็นสีเขียงอยู่มาก ปลูกได้ตลอดปี เกษตรกรอาจจะเก็บไว้ในรูปของการหมัก

- ผลวิเคราะห์ต้นข้าวโพดหวาน มีวัตถุแห้ง 22.8-35.7 % ,โปรตีน 5.9-9.1 % ,ไขมัน 2.4 %, กาก 28.3 %, เถ้า 8.56 %, และคาร์โบไฮเดรทที่ละลายง่าย 52.7 %,  

- การหมัก หั่นเป็นท่อนๆใส่ลงในหลุมหมักเหยียบเป็นชั้นๆ แล้วใช้พลาสติกคลุมปากหลุมอย่าให้อากาศเข้าทิ้งไว้ 21 วัน ก็จะได้ข้าวโพดหมักคุณภาพดี หากข้าวโพดมีความฉ่ำน้ำมาก ควรเติมมันเส้น หรือข้าวโพดบดเพื่อช่วยดูดน้ำทำให้ความชื้นพอเหมาะ

- ข้าวโพดฝักอ่อน baby sweet corn ในส่วนของเปลือกและไหมเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ก่อนส่งเข้าโรงงาน สามารถใช้เป็นอาหาร โค-กระบือ ได้ถึงแม้จะทิ้งไว้ค้างคืน ส่วนนี้ก็ยังคงจะมีอยู่ประมาณ 80-90 % ของน้ำหนักฝักทั้งหมด

- ผลวิเคราะห์ทางเคมี เปลือกและไหมมีความชื้นค่อนข้างสูง โดยเปลือกมีความชื้น 82 % โปรตีน 12.6 % ลิกนิน 1.6 % มีโภชนะย่อยได้ 69.3 % ส่วนไหมมีความชื้น 87.6 % โปรตีน 17.1 % ลิกนิน 1.9 % % 

- เปลือกและไหมข้าวโพดฝักอ่อน จัดว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง มีความน่ากิน เป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องได้ดีทั้งในรูปสดและหมัก แต่ก็มี ข้อเสียตรงที่มีความชื้นมากทำให้สัตว์ได้รับวัตถุแห้งน้อย โภชนะอื่นๆก็จะได้รับน้อยตามไปด้วย

- ในการทำหมัก อาจมีคุณภาพไม่ดีอาจแก้ไขด้วยการเติม มันเส้น รำ หรือข้าวโพด ประมาณ 20 % ของน้ำหนักเปลือกสด หรือในอัตรา 1:5 จะให้ผลดี เพราะนอกจากจะมีวัตถุแห้งเพิ่มขึ้นแล้วยังมีโปรตีนและไขมันเพิ่มขึ้นอีกด้วย

..ในการปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ให้ได้ผลดีให้ได้ผลดีต้องมีการบำรุง วิธีหนึ่งคือ การถอดยอด เป็นวิธีกำจัดยอดและช่อดอกตัวผู้ก่อนที่ช่อดอกจะบาน เพื่อเร่งให้ฝักอ่อนเจริญเติบโต ลดการแย่งอาหารแย่งธาตุไนโตรเจน ลดการบังเงา จะทำเมื่อข้าวโพดเริ่มตั้งท้องก่อนที่ช่อดอกตัวผู้จะโผล่จะตัดทิ้ง 7-10 วัน ก่อนเก็บเกี่ยวฝักอ่อน เศษเหลือเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถใช้เป็นอาหารโค-กระบือ ได้ดี

- ผลวิเคราะห์ ส่วนยอดของต้นข้าวโพดอ่อนจะมี โปรตีน 11.3 % (ในขณะที่ลำต้นและใบหลังเก็บเกี่ยวมีโปรตีนเพียง 8.1 %) กาก 21.4 % ไขมัน 1.63 % เถ้า 5.52 % และมีคาร์โบไฮเดรทที่ละลายง่าย 40.50 %