ไขมัน Fat, Oil
ไขมัน (fat , oil) ใช้ผสมในอาหารสัตว์เพื่อยกระดับพลังงาน เป็นวัตถุดิบอาหารที่จำเป็นสำหรับสุกร มีพลังงานสูงกว่าแป้ง 2.5 เท่า ช่วยลดการเป็นฝุ่น
ในอาหาร ทำให้อาหารอัดเม็ดง่าย เพิ่มความน่ากิน เพิ่มปริมาณกรดไขมันที่จำเป็น แต่มีปัญหาคือทำให้อาหารหืนง่าย และถ้าสุกรได้รับเกิน 5-7 % ของสูตรอาหารอาจทำให้ลักษณะไขมันของซากมีปัญหา เช่น เกิดไขมันมีลักษณะแข็ง ถ้าอาหารมีไขมันวัว น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม มาก ไขมันมีลักษณะเหลว ถ้ามีน้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วชนิดต่าง ๆ มาก
ไขมัน (Lipids) เป็นแหล่งให้พลังงานแก่ร่างกายเช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรต และจะประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจนเช่นเดียวกันด้วย แต่สัดส่วนของไฮโดรเจนมากกว่าและออกซิเจนน้อยกว่าคารโบไฮเดรตไขมันจึงให้พลังงานมากกว่าถึง 2.25 เท่า ไม่ละลายในน้ำแต่ละลายใน benzene , ether และ chloroform ไขมันตามธรรมชาติประกอบด้วยกรดไขมัน แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
3.1 Satturated fatty acid (กรดไขมันชนิดอิ่มต้ว) สูตรโครงสร้างจะมีพันธะ (bond) ที่เป็นพันธะเดี่ยวยึดต่อระหว่าง C เข้าด้วยกัน และแต่ละ C จะมี H 2 อะตอม มาเกาะอยู่ตลอดเวลา (-CH 2 – CH 2 -) จะเปลี่ยนแปลงยาก ได้แก่ Butyric acid , Acetic acid , Palmitic acid , Stearic acid , Arachidonic acid
3.2 Unsatturated fatty acid (กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว) สูตรโครงสร้างจะมีพันธะ (bond) ที่เป็นพันธะคู่ ยึดต่อระหว่าง C เข้าด้วยกัน อย่างน้อย 1 พันธะ (- CH 2 -CH=CH- CH 2 - )ทั้งนี้เพราะ H ถูกขจัดออกจากโมเลกุล ทำให้กรดไขมันอยู่ในสภาพ free radical ตรงตำแหน่งของพันธะคู่ ซึ่งปฏิกิริยานี้จะถูกกระตุ้นหรือเร่งโดยพวกแร่ธาตุในบรรยากาศที่มีออกซิเจนอยู่ด้วย ถ้าอาหารนั้นไม่ได้เติมสารป้องกันการหืน ทำให้กรดไขมันเปลี่ยนแปลงได้ ได้แก่ Oleic acid , Linolenic acid
ส่วนประกอบของกรดไขมันจากแหล่งต่าง ๆ
- น้ำมันมะพร้าว มี Lauric (C 12:0) อยู่ 50%- น้ำมันปาล์ม มี Palmitic (C 16:0) อยู่ 40%- ไขสัตว์ (tallow) มี Stearic (C 18:0) อยู่มาก- น้ำมันถั่วลิสง มี oleic (Cis9 -18:1 ) อยู่มาก- น้ำมันถั่วเหลือง มี linoleic (Cis8 Cis9 18:2)- น้ำมัน Linseed มี Linolenic (Cis9 Cis12 Cis15 18:3)
การหืน (Rancidity)- การที่ไขมันเกิดการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากถูก oxidise- ผลกระทบ- กลิ่น รส สี ไม่ดี- ไขมันข้นขึ้น แข็งขึ้น- A, D, E, K ถูกทำลาย- การนำไปใช้ประโยชน์ของโภชนะ และพลังงานลดลง- ไขมันในร่างกายหืนด้วย
Antioxidants (สารกันหืน)
- สารกันหืนจะเป็นแหล่ง H+ ้แก่แก่ free radical- สารกันหืนจากธรรมชาติ- glutathione peroxidase- vit E, B, C Beta-carotene- Se, Zn, Cu, Mn, Fe- ป้องกันไม่ให้เกิด oxidise ภายในร่างกายและระบบเลือด- ถูกทำลายโดยขบวนการผลิต
สารกันหืนสังเคราะห์ - BHT (Butylated hydroxytoluene) ไม่เกิน 0.05%
- BHA (Butylated hydroxyanisole) ไม่เกิน 0.01%- Ethoxyquin ไม่เกิน 0.015%- Diphenyl-p-phenylendiamine (DPPD) เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม เป็นพิษต่อกระบวนการสืบพันธุ์- อาหารที่มี polyunsaturrated fatty acid (PUFA) จะต้องเติมวิตามินอี และ Se- ใช้วิตามินอี 30 มก. ในอาหาร 1 กก. ที่มี PUFA ประกอบอยู่ทุก ๆ 10 กรัม
ข้อคำนึงในการใช้อาหารไขมัน
- อาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวอยู่มากจะหืนง่าย- ถ้าใช้มากในอาหาร อาหารจะมีพลังงานสูงขึ้นทำให้สัตว์กินอาหารได้น้อย- สุกรที่มีไขมันสูงจะมีมันเหลว- ไขมันเป็นตัวนำกลิ่นน้ำนม และเนื้อมีกลิ่นคาว- ในสัตว์เคี้ยวเอื้อง- เพิ่มพลังงานในอาหาร- เพิ่มกรดไขมันที่จำเป็น- เป็นแหล่งนำพาวิตามิน






