พิมพ์

สามารถปรับตัวเข้ากับเขตอบอุ่นและกึ่งร้อนได้ดี ต้องการธาตุฟอสฟอรัส โปแตสเซียม และซัลเฟอร์ ในอัตราสูง จัดเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีคุณภาพดีที่สุดในแง่ของอาหารสัตว์ และเป็นอาหารหยาบชั้นเลิศ ถ้าตัดต้นถั่วในระยะเริ่มออกดอกจะมีโปรตีน 16-25 เปอร์เซ็นต์ และมีค่าโภชนะที่ย่อยได้สูงถึง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ถ้าปลูกในแถบที่มีฝนชุกดินที่ปลูกต้องระบายน้ำได้ดี ชอบดินที่เป็นด่างเล็กน้อย 

สำหรับในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2509 (ชาญชัย, 2511) ทดสอบพันธุ์ถั่วอัลฟัลฟ่า 20 สายพันธุ์ที่นำมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อิสราเอล และสหภาพอัฟริกาใต้ ที่อำเภอปากช่อง พบว่าหลายสายพันธุ์เหมาะสมในแง่ของผลผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งได้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 1,700-1,800 กิโลกรัมต่อไร่ และบางสายพันธุ์ทนต่อสภาพช่วงฤดูแล้งได้ดี ต่อมาในปี พ.ศ.2548 ฉายแสง และคณะ ทดลองปลูกถั่วอัลฟัลฟ่า 24 สายพันธุ์ ที่ปากช่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2543 มีระบบการให้น้ำ พบว่าถั่วสายพันธุ์ Eureka (ประเทศออสเตรเลีย) ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งสูงสุดถึง 2,802 กิโลกรัมต่อไร่ ในระยะเวลา 14 เดือน ตัด 9 ครั้ง (ครั้งแรกตัดที่อายุ 90 วัน ครั้งต่อไปตัดทุก 40 วัน) มีโปรตีนเฉลี่ยเท่ากับ 19.76 เปอร์เซ็นต์ ถั่วทุกสายพันธุ์สามารถเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในระยะแรกของการปลูกและในช่วงฤดูฝน โดยถั่วเริ่มออกดอกครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 70 วัน สายพันธุ์ Tachiwakaba (ประเทศญี่ปุ่น) ติดเมล็ดดีกว่าสายพันธุ์อื่น เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ต้นถั่วเจริญเติบโตค่อนข้างช้า มีต้นตายมากขึ้นทำให้วัชพืชรุกลามเข้ามาในแปลง สาเหตุที่ต้นถั่วตายเกิดจากหนอนเจาะในลำต้น ใบซีดยืนต้นตาย และแมลง potato leafhopper ดูดน้ำเลี้ยงลำต้น ใบ ทำให้ต้นแคระแกรน แนะนำว่า การปลูกถั่วอัลฟัลฟ่าเพื่อให้ได้ผลผลิตมากขึ้นควรปลูกในพื้นที่ดินร่วนอุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำได้ดีในช่วงฝนชุก และเพิ่มธาตุอาหารในดินด้วยการใช้ปุ๋ยทริบเปิ้ลซูเปอร์ฟอสเฟตอัตรา 44 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ 33 กิโลกรัมต่อไร่ ให้น้ำและกำจัดวัชพืชอย่างประณีต

ผลการทดสอบปลูกถั่วอัลฟัลฟ่า เนื่องมาจากการสำรวจตลาดผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง พบว่ามีการนำเข้าถั่วอัลฟัลฟ่าแห้งมาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เพื่อขายให้กับผู้เลี้ยงสัตว์สวยงาม เช่นกระต่าย หนูเกสบี้ ชินชิล่า เป็นต้น พ่อค้าที่ขายอาหารสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ต้องการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย และเสนอแนะให้ทางราชการศึกษาวิธีการปลูกถั่วอัลฟัลฟ่าผลิตเป็นอาหารสัตว์จำหน่าย ผมจึงเริ่มต้นศึกษาด้วยการให้เพื่อนส่งเมล็ดพันธุ์ถั่วอัลฟัลฟ่ามาจากประเทศออสเตรเลีย แต่ก็ได้เป็นชนิดที่ปลูกเพื่อทำเป็นถั่วงอก (Sprouts) รับประทานเมื่อนำมาทดลองปลูกที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาทเก็บข้อมูลเบื้องต้นได้ดังนี้

  1. ถั่วอัลฟัลฟ่าสามารถปลูกขึ้นได้ดีในสภาพพื้นที่ และภูมิอากาศของจังหวัดชัยนาท โดยทดลองเพาะเมล็ดในถาดเพาะ ระยะแรกวางถาดเพาะอยู่ภายใต้สแลนช่วยบังแสงแดด รดน้ำด้วยฝักบัวให้วัสดุเพาะมีความชื้นพอเหมาะ ในตอนนี้ต้นอ่อนถั่วอัลฟัลฟ่าจะโตช้า และอ่อนแอ ควรฉีดพ่นด้วยยาป้องกันเชื้อรา หรืออาจใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่าผสมน้ำฉีดก็ได้ และเมื่อต้นกล้ามีความสูงประมาณ 7-10 เซนติเมตร จึงเปิดสแลนให้ถูกแสงแดด เมื่อนำต้นกล้าไปปลูกควรเลือกพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มที่จะเจริญเติบโตให้ผลผลิตดี ตัดเก็บผลผลิตได้หลายครั้ง ต้นถั่วตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยยูเรีย และปุ๋ยสูตร 15-15-15 ดีมาก
  2. ทดลองชิมยอดถั่วอัลฟัลฟ่า พบว่ามีรสชาติคล้ายๆ กับผักคะน้า มีรสขมนิดๆ แต่เมื่อเคี้ยวไปนานๆ จะมีรสมันอร่อยเหมือนกับฝักมะขามเทศ น่่าจะเป็นเหตุผลที่สัตว์หลายชนิดชอบกิน
  3. เราไม่สามารถหาซื้อเมล็ดพันธุ์ถั่วอัลฟัลฟ่าตามร้านค้าทั่วไป หรือห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในประเทศไทย แม้แต่เมล็ดพันธุ์ถั่วอัลฟัลฟ่าชนิดที่ใช้ทำถั่วงอกก็ไม่มี แต่จะมีแต่ต้นถั่วงอกอัลฟัลฟ่าสดบรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกขายสำหรับกินกับแซนวิชส์ ฉะนั้นหนทางที่จะได้เมล็ดพันธุ์ถั่วอัลฟัลฟ่ามาปลูกจำเป็นต้องสั่งซื้อมาจากต่างประเทศ หรือสั่งซื้อทางอินเตอร์เนตเท่านั้น ราคาขายปลีกเมล็ดพันธุ์ถั่วอัลฟัลฟ่า 200 กรัมเป็นเงิน 600 บาทค่าส่ง 50 บาท
  4. ต้นถั่วอัลฟัลฟ่าเป็นพืชที่มีคุณสมบัติแบบexhibit autotoxicity คือต้นถั่วอัลฟัลฟ่าที่ปลูกอยู่เดิมจะผลิตสารชนิดหนึ่งออกมายับยั้งไม่ให้เมล็ดถั่วอัลฟัลฟ่าที่ตกอยู่ข้างเคียงงอก จึงไม่ควรนำเมล็ดพันธุ์ถั่วอัลฟัลฟ่ามาปลูกติดต่อกันในแปลงเดิมเพราะสารยังตกค้างอยู่ สามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกพืชชนิดอื่นเช่น ปลูกข้าวโพดสลับก่อนแล้วจึงค่อยกลับมาปลูกถั่วอัลฟัลฟ่าในแปลงเดิม
  5. ต้นถั่วอัลฟัลฟ่าที่ทดลองปลูก พบว่าออกดอกและติดเมล็ดได้ แต่ปริมาณเมล็ดยังน้อยไม่เพียงพอต่อการเก็บไว้ใช้ทำพันธุ์ ในต่างประเทศมีรายงานว่าต้องใช้ผึ้งชนิดพิเศษทำหน้าที่ผสมเกสรให้กับต้นถั่วอัลฟัลฟ่า
  6. ถั่วอัลฟัลฟ่ามีโปรตีน แคลเซียม และฟอสฟอรัส สูง เหมาะสำหรับใช้เลี้ยง แม่กระต่ายเลี้ยงลูก และลูกกระต่ายรุ่นก่อนและหลังหย่านม 
  7. ต้นถั่วอัลฟัลฟ่าเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูหนาวของไทย เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนถั่วอัลฟัลฟ่าจะเจริญเติบโตช้าลง และมีแมลงศัตรูพืชมารบกวนมาก เช่น แมลงเต่าทองกัดกินใบ เป็นต้น
  8. แนวทางที่จะดำเนินการทดลองต่อไป เพิ่มขนาดของพื้นที่ปลูกถั่วอัลฟัลฟ่าให้มากขึ้น เตรียมดินปราบวัชพืชให้ดี และปรับปรุงโครงสร้างของดินด้วยอินทรีย์วัตถุ ยกแปลงให้มีการระบายน้ำดีขึ้น พร้อมทั้งจัดหาระบบการให้น้ำอย่างเพียงพอ เมื่อมีปริมาณต้นถั่วอัลฟัลฟ่ามากเพียงพอ ก็จะทดลองผลิตเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงดีต่อไป

                                     

 

สาเหตุที่คนไทยเรายังไม่นิยมปลูกถั่วอัลฟัลฟ่า เนื่องมาจากขาดความรู้วิธีการปลูกและดูแลรักษา อีกทั้งยังมีความเชื่อเก่าๆว่าถั่วอัลฟัลฟ่าเป็นพืชเมืองหนาวไม่สามารถที่จะนำมาปลูกในพื้นที่เขตร้อนแบบประเทศไทย และยังหาซื้อเมล็ดพันธุ์ถั่วอัลฟัลฟ่าได้ยาก ถึงแม้จะได้รับเมล็ดพันธุ์มาแล้วเมื่อนำมาปลูกก็มีปัญหาเรื่องโรคและแมลงอีกมาก ส่วนต้นถั่วอัลฟัลฟ่าที่ออกดอกก็ติดเมล็ดได้น้อยไม่เพียงพอต่อการขยายพันธุ์ในปีต่อๆไป

แนะนำวิธีการปลูกถั่วอัลฟัลฟ่า

1.เลือกพื้นที่ ดอน ดินมีการระบายน้ำได้ดี ตรวจสอบค่า pH ในดิน แล้วปรับค่า pH ให้เป็นด่างเล็กน้อย ไถพรวนดินเตรียมดินให้ละเอียดผสมอินทรียวัตถุเพื่อให้โครงสร้างดินโปร่งขึ้น ปรับพื้นที่ปลูกให้เรียบและลาดเอียงเล็กน้อยสามารถระบายน้ำออกจากแปลงได้ดี

2.ใช้เศษไม้ขีดบนผิวดินให้เป็นร่องเล็กๆระยะห่างระหว่างร่อง 25 เซนติเมตร โรยเมล็ดถั่วอัลฟัลฟ่าลงตามแนวร่องใช้มือกลบดินลงในร่อง รดน้ำให้ดินชุ่มเมล็ดจะงอกภายในเวลา 1-2 วัน หากเมล็ดไม่งอก หรืองอกน้อยให้ปลูกซ้ำ

3.คอยกำจัดวัชพืชที่ขึ้นภายในแปลงถั่วอัลฟัลฟ่าอย่างต่อเนื่องในระยะแรกควรทำทุกสัปดาห์ กระทั่งต้นถั่วสามารถคลุมพื้นที่ได้แล้ว

4.ใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยโรยระหว่างแถวของต้นถั่ว

5.ตัดต้นถั่วครั้งแรกที่อายุ 60 วัน และครั้งต่อไปทุกๆ 40 วัน

การนำไปใช้ประโยชน์ ตัดให้สัตว์กินสด หรือตากแดดทำเป็นถั่วแห้งเก็บไว้ให้สัตว์กินก็ได้ ใช้เลี้ยงสัตว์ได้หลายชนิด ได้แก่ วัว ควาย แพะ แกะ ม้า กระต่าย หนู ไก่ หมู เป็นต้น

                      

เอกสารอ้างอิง

ชาญชัย มณีดุลย์. 2511. การทดลองเปรียบเทียบผลผลิตถั่วอัลฟัลฟ่า ผลงานและการวิจัย พ.ศ. 2501-2519 สถานีอาหารสัตว์ปากช่อง กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์. หน้า 27-28.

ฉายแสง ไผ่แก้ว ศศิธร ถิ่นนคร กานดา นาคมณี และศศิพร คุนาพงษ์กิติ. 2548. ผลผลิต ส่วนประกอบทางเคมีและลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของถั่วอัลฟัลฟ่า 24 สายพันธุ์ ปลูกในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา. รายงานผลงานวิจัยประจำปี 2548 กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน้า 60-76.

Hall, H. Marvin. 2002. Species: Alfalfa (online) URL: http//www.cas.psu.edu/doc5/casdept/aagronomy/forage/does/species/alfalfa.html

เมล็ดพันธุ์ถั่วอัลฟัลฟ่า   

 

                       ต้นอ่อนถั่วอัลฟัลฟ่า         

                  ต้นกล้าถั่วอัลฟัลฟ่าในกระบะเพาะ

 

                      ตันกล้าถั่วอัลฟัลฟ่าในถุงเพาะ           

                      การติดเมล็ดของถั่วอัลฟัลฟ่า