1. หลักการและเหตุผล

            จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยแล้งและอุทกภัยหลายๆพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้ปศุสัตว์เช่น โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ-แกะ ได้รับผลกระทบในแต่ละปีไม่น้อยกว่า 3 ล้านตัว และมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกรมปศุสัตว์มีภารกิจ ให้การช่วยเหลือ สนับสนุน เสบียงสัตว์ พันธุ์สัตว์ การป้องกันโรค และการรักษาสัตว์ การดำเนินงานเพื่อให้การบริการอย่างทั่วถึงจำเป็นต้องมีบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถ เครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสำรองเสบียงสัตว์ จำเป็นต้องมีเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่ในการปฏิบัติงานในภารกิจต่างๆ เช่น การจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์ การสำรองเสบียงสัตว์ (หญ้าแห้ง,หญ้าหมัก,ฟางอัดฟ่อน) ตลอดจนการบรรทุกขนเสบียงสัตว์ช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ประเด็นการเกษตรสร้างมูลค่า แผนย่อยเกษตรอัจฉริยะ

 

กรมปศุสัตว์มีแนวทางการพัฒนาต้นแบบศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ (Motor Pool) เพื่อให้บริการเกษตรกรในการจัดการและใช้ประโยชน์แปลงพืชอาหารสัตว์เพื่อผลิตอาหารหยาบคุณภาพดีสำหรับโคเนื้อ โคนม สำรองเสบียงสัตว์และความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ (Feed Security) สำหรับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กลุ่มพัฒนาอาชีพผลิตเสบียงสัตว์เพื่อจำหน่าย เกษตรกรในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งสามารถทดแทนแรงงาน ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพ และเวลา รองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ภัยแล้ง และอุทกภัย ตลอดจนทดแทนแรงงานภาคเกษตรที่ลดลงและเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

  1. วัตถุประสงค์

          2.1 จัดตั้งศูนย์จักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ สำหรับให้บริการเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรในการจัดการ และใช้ประโยชน์แปลงพืชอาหารสัตว์เพื่อผลิตอาหารหยาบคุณภาพดีและการสำรองเสบียงสัตว์

          2.2 ถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

  1. ตัวชี้วัด

          - ได้ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ 32 แห่ง 

  1. ขั้นตอนและวิธีดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          4.1 สำนักพัฒนาอาหารสัตว์

             4.1.1 สำนักพัฒนาอาหารสัตว์/ศูนย์ซ่อมเครื่องจักรกลเกษตร กำหนดแผน เป้าหมาย และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ปฏิบัติ

             4.1.2 ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงาน จัดทำรายละเอียด และประมาณแผนงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

           4.2 หน่วยปฏิบัติ (ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์/ศูนย์ซ่อมเครื่องจักรกลเกษตร)

   4.2.1 ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ ในปีงบประมาณ 2564 จำนวน 7 แห่ง ในพื้นที่ ศวอ.สระแก้ว  ศวอ.บุรีรัมย์ ศวอ.ร้อยเอ็ด ศวอ.ลำปาง ศวอ.แพร่ ศวอ.เพชรบูรณ์ และศวอ.สุพรรณบุรี โดยมีศูนย์ซ่อมเครื่องจักรกลเกษตร สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ เป็นผู้ให้คำปรึกษา ควบคุม กำกับ ดูแล ให้เป็นตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ โดยดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้สนใจ กลุ่มพัฒนาอาชีพผลิตเสบียงสัตว์เพื่อจำหน่าย เกษตรกรในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ กลุ่มเกษตรกรภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพของกรมปศุสัตว์ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรด้านปศุสัตว์ เป็นต้น 

   4.2.2 ให้บริการเครื่องจักรกลแก่เกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร ในด้านการจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์และการสำรองเสบียงสัตว์  โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับเกษตรกร ดังนี้

             -  เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการยินยอมปฏิบัติตามข้อตกลงของโครงการที่กำหนด

              -  ผู้ยืมจะต้องนำไปใช้เพื่อประโยชน์ร่วมกันของกลุ่มผู้ยืม เสมือนผู้ยืมเป็นเจ้าของเองทุกประการร่วมกันบริหารงาน ให้มีการใช้เครื่องจักรอย่างมีประสิทธิภาพ

              - ผู้ยืมใช้เครื่องจักรกลจะต้องนำเครื่องจักรกลนั้นมาส่งคืนให้ในสภาพที่ใช้การได้เรียบร้อย หากเกิดชำรุด เสียหายหรือใช้การไม่ได้ หรือสูญหายไป ให้ผู้ยืมจัดการแก้ไขซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมโดยเสียค่าใช้จ่ายของผู้ยืมเอง หรือชกใช้เป็นประเภท ชนิด ขนาด ลักษณะ และคุณภาพอย่างเดียวกัน หรือชดใช้เงินตามราคาที่เป็นอยู่ในขณะยืมเครื่องจักรกล ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด

               - ร่วมกันรับผิดชอบ ดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักร ให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา รวมทั้งจัดหาสถานที่เก็บรักษาเครื่องจักรกลไว้ในที่ปลอดภัย

               - ควบคุมการใช้เครื่องจักรกลฯ ต้องเป็นเกษตรกรที่เป็นสามชิกกลุ่ม และผ่านการแนะนำจาก เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ที่รับผิดชอบ

                - ให้ความร่วมมือในการทดสอบเครื่องจักรกล และเก็บข้อมูลผลการใช้งานของเครื่องจักรกล กับเจ้าหน้าศูนย์วิจัย/ศูนย์ซ่อมฯ

                - กรมปศุสัตว์สามารถยกเลิกสัญญาการให้ยืมใช้เครื่องจักรกลได้ทุกเวลา หากผู้ยืมไม่สามารถดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จ หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญายืม หรือแนวทางการให้ยืม หรือเหตุอันควรอื่น ๆ  

                - ทำสัญญายืมครั้งละไม่เกิน 60 วัน โดยต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามระเบียบสำนักรัฐนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนเมื่อครบกำหนดยืมส่งคืนภายใน 7 วัน นับแต่วันครบกำหนด

                - ผู้ยืมใช้เครื่องจักรกลต้องออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่น ค่าขนย้าย ค่าแรงงาน และค่าวัสดุการเกษตร

                4.2.3 การติดตามและประเมินผล

                     ศูนย์ซ่อมเครื่องจักรกลร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ 7 แห่ง ออกนิเทศ และติดตามให้คำแนะนำการใช้งาน การบำรุงรักษา ตลอดจนการประเมินผลโครงการ ด้านปริมาณและด้านคุณภาพ โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตร ร้อยละ 3  และจัดทำสรุปรายงานผลให้กรมปศุสัตว์ทราบต่อไป

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

    ระหว่างปี 2564- 2566 ระยะเวลา 3 ปี

 

  1. เป้าหมาย

          3.1 จัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ในปี 2564 จำนวน 7 แห่ง (ศวอ.สระแก้ว  ศวอ.บุรีรัมย์ ศวอ.ร้อยเอ็ด
ศวอ.ลำปาง ศวอ.แพร่ ศวอ.เพชรบูรณ์ ศวอ.สุพรรณบุรี) และครบ 32 แห่ง ในปี 2567

           3.2  ให้บริการเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร 4,200 ราย/ปี

 

ปีงบประมาณ
2564 2565 2566 2567 รวม
7 9 8 8 32

 

  1. ผลผลิตของโครงการ (Output) 

           สามารถจัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ ในศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ 7 แห่ง เพื่อให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร สำหรับจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์และสำรองเสบียงสัตว์ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพด้านอาหารสัตว์ ตลอดจนเพิ่มมูลค่าสินค้าปศุสัตว์

 

  1. ผลลัพธ์ของโครงการ (Outcome)

           เป็นต้นแบบบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร สำหรับจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์และสำรองเสบียงสัตว์ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าปศุสัตว์

10 หน่วยงานรับผิดชอบ

    ศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลอาหารสัตว์ อ.ปากช่อง จ.นคราชสีมา