ทำเนียบผู้บริหาร 

ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ประจวบคีรีขันธ์


 พ.ศ. ๒๕๓๕ - ๒๕๓๗                      นายวัชรินทร์  วากะมะ

พ.ศ. ๒๕๓๗ - ๒๕๓๘                       นายสุเมธ  วุฒิปราณี

พ.ศ. ๒๕๓๘ - ๒๕๔๕                      นายเฉลิมเกียรติ  วายุนิจ

 พ.ศ. ๒๕๔๕ - ปัจจุบัน                      นายสุทัศน์  สุนทรวัฒน์

ที่อยู่  

ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ประจวบคีรีขันธ์
ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
๗๗๑๓๐

           ๐๓๒ ๖๘๑๙๙๐ - ๑

e - mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Facebook : https://www.facebook.com/nspk.pkk

Map แผนที่

ประวัติและที่ตั้ง


ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ เดิมชื่อ สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปีงบประมาณ 2535 สังกัด กองอาหารสัตว์(สำนักพัฒนาอาหารสัตว์) กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยมีพื้นที่แบ่งออกเป็น 2 แห่งดังนี้
1. สถานที่ตั้งสำนักงาน (งานบริหารทั่วไป) แปลงที่ 1 บ้านท่าข้าม ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลกุยบุรี อำเภอกุยบุรี
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ถือครอง 100 ไร่ ตั้งอยู่ห่างจากถนนเพชรเกษมประมาณ 1.5 กิโลเมตร
ใช้เป็นที่ติดต่อประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ และเอกชน หรือเกษตรกรที่จะมาติดต่อราชการต่างๆ
และใช้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป งานวิจัยทางด้านสัตวบาล หรืองานทดสอบสาธิตต่าง ๆ
2. สถานที่ปฏิบัติงานตามกิจกรรมหลักต่าง ๆ (งานผลิตพันธุ์พืชอาหารสัตว์) แปลงที่ 2 ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านรวมไทย
ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ถือครอง 1,172 ไร่ ห่างจากที่ตั้งสำนักงาน (แปลงที่ 1)
ประมาณ 35 กิโลเมตร ใช้เป็นพื้นที่สำหรับงานผลิตพันธุ์พืชอาหารสัตว์ตามกิจกรรมต่าง ๆ คือ
ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ งานผลิตเสบียงสัตว์สำรอง (หญ้าสด – หญ้าแห้ง) งานขยายพันธุ์พืชอาหารสัตว์
(หน่อพันธุ์และอื่น ๆ) และปฏิบัติงานตามกิจกรรมอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายตามแผนงานและโครงการของสำนักพัฒนาอาหารสัตว์

สภาพภูมิประเทศ

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ทั้งหมดโดยประมาณ 3,973,512 ไร่ ใช้เป็นพื้นที่การเกษตรร้อยละ 50 ของพื้นที่ทั้งหมด สถานีอาหารสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งตั้งอยู่ตอนใต้สุดของภาคกลาง ห่างจากกรุงเทพมหานครตามระยะทางหลวงแผ่นดิน 323 กิโลเมตร (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4) และเป็นระยะทาง 281 กิโลเมตร (สายธนบุรี – ปากท่อ) หรือตามเส้นทางรถไฟเป็นระยะทาง 318 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 11 องศา 45 ลิบดาเหนือ ถึง 12 องศา 37 ลิบดาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศา 9 ลิบดาตะวันออก ถึง 100 องศา 1 ลิบดาตะวันออก ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความลาดเอียงจากด้านทิศตะวันตกลงสู่ด้านทิศตะวันออกของจังหวัด และมีภูเขากระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ มีแม่น้ำลำคลองสายสั้น ๆ ไหลผ่านพื้นที่โดยจะไหลจากด้านทิศตะวันตกลงสู่อ่าวไทยด้านทิศตะวันออก

สภาพภูมิเศรษฐกิจ

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่มีชายฝั่งทะเลอ่าวไทยยาวประมาณ 225 กิโลเมตร และมีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นเทือกเขากั้นพรมแดนกับประเทศสหภาพเมียนมาร์ มีแนวพรมแดนทอดยาวกว่า 200 กิโลเมตร เช่นเดียวกัน ตรงข้ามจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้านอ่าวไทยทางทิศตะวันตกเป็นฝั่งทะเลอันดามันมหาสมุทรอินเดียตลอดแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ที่อยู่ตรงข้ามจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้านเหนือเป็นเมืองทวาย ด้านใต้เป็นเมืองมะริด ซึ่งถือเป็นหัวเมืองหลักทางเศรษฐกิจการค้าของสภาพเมียนมาร์ทั้งสองเมือง ส่วนตอนใต้เชื่อมต่อกับจังหวัดชุมพร – จังหวัดระนอง และเชื่อมโย่งไปสู่เมืองวิกตอเรียพอยต์ ซึ่งเป็นท่าใหญ่ทางตอนใต้สุดของสภาพเมียนมาร์ ส่วนตอนเหนือ เชื่อมติดกับจังหวัดเพชรบุรี – จังหวัดราชบุรี และกรุงเทพ ฯ มีถนน 4 เลนโดยตลอดสาย มีความสะดวกในการเดินทาง อีกทั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชายทะเลและทิวทัศน์ที่สวยงาม 

สภาพภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นแบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู คือมีภูมิอากาศแบบกึ่งแห้งแล้ง โดยทั่วไปไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป ความชื้นของอากาศปานกลาง เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเล ความชื้นสัมพันธ์เฉลี่ยตลอดปีประมาณร้อยละ 78 อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 27 องศาเซลเซียส (สูงสุดประมาณ 16 องศาเซลเซียส และต่ำสุดประมาณ 16 องศาเซลเซียส) แบ่งออกเป็น 3 ฤดู ได้แก่
ฤดูฝน จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน เป็นระยะเวลาประมาณ 7 เดือน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย โดยฝนจะตกหนักในเดือนพฤษภาคม แล้วฝนจะทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม หลังจากนั้นฝนจะตกหนักช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 
ฤดูหนาว จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะพัดพาอากาศแห้งและหนาวเย็นมาก
ฤดูร้อน จะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพัดมาจากบริเวณความกดอากาศสูงในทะเลจีนใต้ โดยพัดเอาความร้อนขึ้นมา 
สำหรับปริมาณน้ำฝนตกตลอดปีเฉลี่ย ประมาณ 1,024.5 มิลลิเมตร

laughing พัฒนาบุคลากร สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอาหารสัตว์

ถ่ายทอดองค์ความรู้ ลดต้นทุนการผลิตปศุสัตว์ laughing