ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

 

โครงการคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล

สำนักพัฒนาอาหารสัตว์   กรมปศุสัตว์  

----------------------------------------------

 ดาวน์โหลดเอกสารโครงการ

หลักการเหตุผล

 

          ปี 2554 ประเทศไทยเกิดวิกฤตมหาอุทกภัยรุนแรงบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ 63 จังหวัด กว่า 150 ล้านไร่ (6 ล้านเฮกตาร์) ซึ่งในจำนวนนี้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย 11.20 ล้านไร่ ปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 13.41 ล้านตัว ธนาคารโลกประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท และจัดให้เป็นภัยพิบัติครั้งสร้างความเสียหายมากที่สุดเป็นอันดับ4 ของโลก (กระทรวงมหาดไทย, 2554)  อุทกภัยครั้งนี้รุนแรงและยาวนาน ทั้งในพื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยเกิดน้ำท่วมและพื้นที่เดิมที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์   แปลงหญ้าได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง สัตว์ขาดแคลนอาหารสัตว์ ส่งผลต่อศักยภาพการผลิต ทั้งในระหว่างเกิดภัยและยาวนานต่อเนื่องไปอีกหลายเดือนหลังจากเกิดภัย

 กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญกับการเตรียมการให้ความช่วยเหลือเสบียงสัตว์แก่เกษตรกรให้เพียงพอ เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อปศุสัตว์  อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ยึดเป็นนโยบายของกรมปศุสัตว์ด้านความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ โดยมอบหมายให้สำนักพัฒนาอาหารสัตว์รับผิดชอบเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรให้ทันกับสถานการณ์

           การให้ความช่วยเหลือด้านเสบียงสัตว์แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยที่ผ่านมา จะต้องขนส่งเสบียงจาก คลังเสบียงสัตว์ของกรมปศุสัตว์ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้สัตว์ต้องอดอาหารเป็นเวลานานและเสียค่าใช้จ่ายสูง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและเป็นการสนองพระราชดำริ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์จึงได้จัดตั้งโครงการคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลตามแนวพระราชดำริ เพื่อผลิตเสบียงสัตว์และสำรองไว้ในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยซ้ำซากโดยบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยราชการ เกษตรกร และเอกชน ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการคลังเสบียงสัตว์ในพื้นที่ใกล้เคียงแหล่งเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรมากที่สุด สามารถนำเสบียงสัตว์ไปแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้ทันที ส่งเสริมการผลิตเสบียงสัตว์ในท้องถิ่น และให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมบริหารจัดการคลังเสบียงสัตว์ของตนเอง ซึ่งจะทำให้ปศุสัตว์ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 

 

วัตถุประสงค์

เพื่อจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล  สำหรับรวบรวมเสบียงสัตว์ไว้ในพื้นที่ สามารถนำมาแจกจ่ายให้เกษตรกรได้ทันทีเมื่อเกิดภัยพิบัติ จำนวน 58 แห่ง

 

เป้าหมาย

  1. จัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล ในพื้นที่ในความรับผิดชอบของศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ และสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ ทั้ง 29 แห่ง โดยให้ศูนย์ฯ/สถานีฯ แต่ละแห่งจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ในพื้นที่ที่เหมาะสม หน่วยงานละ 2 แห่ง รวม 58 แห่ง
  2. เก็บสำรองเสบียงสัตว์ในคลังเสบียงสัตว์ จำนวน 5,000 กิโลกรัม/ปี/แห่ง

 

 

ระยะเวลาดำเนินการ

          เดือนตุลาคม 2554 ถึง พฤษภาคม 2555

 

การดำเนินการ

  1. จัดตั้งโครงการ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในการวางแผนดำเนินการ จัดทำโครงการ และติดตามประเมินผล ตลอดจนแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้โครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์

 

  1. การประสานงาน สำนักพัฒนาอาหารสัตว์แจ้งให้ศูนย์ฯ/สถานีฯ ในสังกัด 29 แห่ง ประสานงานกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด (ปศจ.), องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในท้องที่ที่รับผิดชอบ ร่วมกันคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายเพื่อจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลตามแนวพระราชดำริ หน่วยงานละ 2 แห่ง รวม 58 แห่ง

 

  1. การคัดเลือกเลือกพื้นที่จัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ โดยเลือกตำบลที่เกิดอุทกภัยซ้ำซากมีการเลี้ยงสัตว์ค่อนข้างหนาแน่น ดำเนินการจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ขึ้น 1แห่ง ซึ่งสามารถเก็บหญ้าแห้งได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ฟ่อน โดยให้คลังเสบียงสัตว์แต่ละแห่งมีองค์ประกอบดังนี้
    • มีเกษตรกรร่วมเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ราย
    • มีจำนวนโคกระบือรวมไม่น้อยกว่า 100 ตัว
    • มีความพร้อม สามารถเตรียมสถานที่สำหรับอพยพสัตว์เลี้ยงได้
    • มีคณะกรรมการบริหารเพื่อจัดการและควบคุมคลังเสบียงสัตว์ 1 คณะ ต่อคลังเสบียงสัตว์ 1 แห่ง

 

  1. การจัดเตรียมเสบียงสัตว์

                        4.1 ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ในสังกัดของสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ ที่รับผิดชอบแต่ละพื้นที่มีหน้าที่จัดหาเสบียงสัตว์สนับสนุน ให้คลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลในช่วงเริ่มต้นโครงการจำนวน 5,000 กิโลกรัม/แห่ง และในปีต่อไปปีละ 10,000 กิโลกรัม/แห่ง

                        4.2 องค์การบริหารส่วนตำบล/คณะกรรมการฯ รับผิดชอบจัดหาเสบียงสัตว์เพิ่มเติมให้คลังเสบียงสัตว์ เพื่อให้มีเสบียงสัตว์เพียงพอ และพร้อมสนับสนุนเกษตรกรได้ตลอดเวลา

 

  1. การบริหารจัดการคลังเสบียงสัตว์ เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ในพื้นที่จัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ มีการบริหารจัดการคลังเสบียงสัตว์โดยคณะกรรมการบริหารและควบคุมคลังเสบียงสัตว์ ประกอบด้วยคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของเกษตรกรที่ร่วมโครงการ ซึ่งมีองค์ประกอบและหน้าที่ดังนี้

 

                     5.1  คณะกรรมการบริหารคลังเสบียงสัตว์ ประกอบด้วย

  • นายอำเภอ ที่ปรึกษา
  • ปศุสัตว์อำเภอหรือผู้ได้รับการแต่งตั้งจากปศุสัตว์จังหวัด ที่ปรึกษา
  • นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ปรึกษา
  • ประธานคลังเสบียงสัตว์      1        คน
  • รองประธาน                    1        คน
  • กรรมการ       (อย่างน้อย) 2        คน
  • เหรัญญิก                      1        คน
  • เลขานุการ                    1        คน

                       5.2 หน้าที่ของคณะกรรมการบริหารคลังเสบียงสัตว์ มีอำนาจเบิกจ่าย และนำเสบียงสัตว์จำหน่าย จ่ายแจกเกษตรกรเมื่อเกิดภัยพิบัติได้ทันที พร้อมทั้งจัดหาเสบียงสัตว์เพิ่มเติมให้แก่คลังเสบียงสัตว์ โดยมีสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด (ปศจ), องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.), กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ หรือตัวแทนเกษตรกร เป็นกรรมการร่วมในการแจกจ่ายเสบียงสัตว์ตามระเบียบและหลักเกณฑ์การจัดสรรเสบียงสัตว์ของคณะกรรมการบริหารคลังเสบียงสัตว์

 

การติดตามผล

  1. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอให้คำแนะนำ ควบคุม ติดตามจัดเก็บ การแจกจ่ายเสบียงสัตว์จาก คลังเสบียงสัตว์และรายงานปศุสัตว์จังหวัด
  2. ศูนย์ฯ/สถานีฯ ติดตามประเมินผลและรายงานผลการปฏิบัติงานให้สำนักพัฒนาอาหารสัตว์

 

งบประมาณ

          ใช้งบปกติของสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กิจกรรมย่อยพัฒนาความมั่นคงด้านเสบียงสัตว์ กิจกรรมหลักพัฒนาอาหารสัตว์ เป็นค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ สำหรับขนส่งหญ้าแห้ง

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. คลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลสำรองเสบียงสัตว์แห้งในเบื้องต้นได้ 5,000 กิโลกรัม/ปี/แห่ง สามารถ

ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ทันทีในพื้นที่ 58 ตำบล

  1. เป็นต้นแบบการสำรองเสบียงสัตว์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้การบริหารจัดการโดยเกษตรกร

หากขยายผลครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศจะลดความสูญเสียด้านการปศุสัตว์ได้อย่างยั่งยืน