ในการประเมินเข้าสู่ตำแหน่งผู้เชี้ยวชาญ ของกรมปศุสัตว์ มีวิธีการดังต่อไปนี้ 

  1.  เตรียมตัว สิ่งที่จะต้องเตรียมคือผลงานวิจัย และเขียนตำรา
    1. ผลงานวิจัย ผู้ขอประเมินจะต้องทำงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญที่จะขอประเมิน โดยเป็นหัวหน้าโครงการฯจำนวน 2 เรื่อง มีหมายเลขทะเบียนเรียบร้อย
    2. เขียนหนังสือ ตำรา 1 เรื่อง
      • เสนอ concept paper ตำราที่จะเขียน ต่อคณะกรรมการวิชาการ ของสำนักฯ เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วส่งให้ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาวิชาการปศุสัตว์ทราบ
      • เขียนตำราตามหัวข้อที่กำหนดไว้ใน concept paper ส่งให้คณะกรรมการวิชาการ ของสำนักฯ ตรวจสอบ และดำเนินการแก้ไขตามคำแนะนำ ส่งตำราที่ปรับแก้ไขเรียบร้อยแล้วให้ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาวิชาการปศุสัตว์ เพื่อออกเลขทะเบียนผลงานวิชาการ
      • ขอ ISBN และ CIP ก่อนพิมพ์หนังสือเผยแพร่ควรขอเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) และ บรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ (CIP) จากสำนักหอสมุดแห่งชาติ ที่เว็ปไซต์ www.e-service.nlt.go.th โดยการสมัครเป็นสมาชิก แล้วกรอกข้อมูลของหนังสือ แนบไฟล์ PDF หน้าปก และสารบัญ ส่งไปด้วย ทางหอสมุดแห่งชาติ จะอนุมัติและแจ้งผลให้ทราบภายใน 1 วันทำการ 
  1. สมัคร เมื่อกรมปศุสัตว์ประกาศรับสมัครคัดเลือกข้าราชการ เข้ารับการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ผู้สมัครขอ กพ.7 จากกองการเจ้าหน้าที่เพื่อนำมากรอกประวัติการทำงานของผู้สมัคร ส่งแบบพิจารณาคุณสมบัติของบุคคล จำนวน 9 เล่ม 

 ตัวอย่างตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง นายโสภณ ชินเวโรจน์

 3. สัมภาษณ์เพื่อชี้ตัวบุคคล ผู้สัมภาษณ์ประกอบด้วย อธิบดีกรมปศุสัตว์ รองอธิบดีฯ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ มักจะถามวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร และการแก้ปัญหาให้กรมปศุสัตว์

 4. รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ เมื่อกรมฯประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิประเมินเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว อีกไม่นานกรมฯก็จะออกคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกนั้น มารักษาการณ์ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ จึงต้องย้ายไปทำงานที่สำนักฯ และเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่ยังเตรียมเอกสารไม่พร้อม จะได้มีเวลาในช่วงนี้ในการจัดทำเอกสาร

 5. จัดทำเอกสารขอรับการประเมิน โดยติดต่อ กกจ. ขอทราบวิธีการทำ รูปแบบ และแบบฟอร์ม ที่ถูกต้อง พร้อมขอ กพ.7 อีกครั้งเพื่อปรับปรุงข้อมูลล่าสุด ประกอบด้วย

  1. ทำบันทึกแจ้งมาตรการในการป้องกันและลงโทษผู้แจ้งข้อมูลเท็จเกี่ยวกับคุณสมบัติและผลงานบุคคลในการขอรับการประเมิน พร้อมแนบประกาศ ตรวจสอบผลงานของผู้รับการประเมิน ให้ทุกสำนักฯ ทราบก่อนส่งเอกสาร 2 สัปดาห์ 
  2. แบบรายการประกอบคำขอให้ประเมินบุคคล
     ตัวอย่าง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง
     ตัวอย่าง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์กระเพาะเดี่ยว
  3. เอกสารทางวิชาการ 2 เรื่อง
     
  4. ตำรา 1 เรื่อง

   6. ส่งเอกสาร

  1. ส่งกองการเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย แบบรายการประกอบคำขอประเมินฉบับจริง 1 ชุด เอกสารวิชาการ 3 เรื่องๆละ 1 ชุด พร้อมแนบเอกสารฉบับจริง โดยต้องเลือกใช้กระดาษทำหน้าปก ให้มีสีต่างกันระหว่าง เอกสารวิชาการ กับ แบบรายการประกอบคำขอประเมิน โดยต้องสันปกสีเดียวกัน ซึ่งเอกสารแบบรายการประกอบคำขอประเมินจะต้องให้ ผู้อำนวยการสำนักฯ เซ็นต์ ที่แบบประเมินคุณลักษณะของบุคคล และการรับรองผลงานก่อนจึงส่งไปให้ กกจ. จากนั้นผอ.กองการเจ้าหน้าที่จะเซ็นต์ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคล และส่งไปให้ท่านอธิบดีฯเซ็นต์สรุปความเห็นในการประเมิน และการรับรองผลงาน (ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์)
  2. ส่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองการเจ้าหน้าที่จะทำบันทึกถึงปลัดกระทรวงฯ และทำหนังสือถึงเลขาธิการ กพ. แล้วส่งบันทึกนำส่งเอกสารไปให้ท่านปลัดฯลงนาม ขั้นตอนนี้ผู้ประเมินควรรับเอกสารไปเดินเรื่องเอง โดยนำเอกสารไปลงรับที่งานสารบรรณของ กระทรวงฯ แล้วเดินหนังสือไปให้ กองการเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ (ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ่สัปดาห์) เมื่อท่านปลัดลงนามแล้ว กองการเจ้าหน้าที่ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับเอกสารที่กระทรวงฯ แล้วแจ้งให้ผู้ประเมินไปรับเอกสาร เพื่อทำสำเนา ก่อนส่งไป กพ.
  3. ส่งสำนักงาน กพ. เมื่อท่านปลัดกระทรวงฯลงนามในหนังสือถึง เลขาธิการ กพ.แล้ว ผู้ขอประเมินต้องจัดชุดเอกสารแนบไปกับหนังสือ แล้วนำไปส่งที่ สำนักงาน กพ. บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ควรใช้รถยนต์ไปทางด่วน ลงที่ถนนงามวงวาน แล้วขับไปตามป้าย สำนักงาน กพ. ประกอบด้วยเอกสารดังนี้
    1. แบบรายการประกอบคำขอประเมินฉบับจริง 1 เล่ม พร้อมสำเนา 5 เล่ม รวมส่ง 6 เล่ม
    2. สำเนาผลงานวิชาการ 3เรื่องๆละ 5 เล่ม
    3. ต้นฉบับผลงานวิชาการ 3 เรื่องๆละ 1 เล่ม
    4. หนังสือถึง เลขาธิการ กพ. พร้อมเอกสารแนบ
  4. ส่งเอกสารกลับมาให้ กองการเจ้าหน้าที่
    1. สำเนาแบบรายการประกอบคำขอประเมิน 1 เล่ม
    2. สำเนาผลงานวิชาการ 3 เรื่องๆละ 1 เล่ม
    3. สำเนาหนังสือส่งเอกสารให้เลขาธิการ กพ. ที่เจ้าหน้าที่ กพ.เซ็นต์รับเอกสารแล้ว