:: บุคลากรกลุ่มฯ ::
หัวหน้ากลุ่มฯ
นางศุภวันจักรี ดอนไสว
|
นายศุภกานต์ หวังชนะ นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ |
นางสาวพิชามญชุ์ อ้อวิจิตร นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ |
:: หน้าที่และความรับผิดชอบ ::
1. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและพัฒนาความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ ในด้านระบบการผลิตเสบียงสัตว์ ระบบการผลิตพันธุ์พืชอาหารสัตว์ และระบบผลิตอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงปศุสัตว์ในรูปแบบต่างๆ
2. กำหนด ประสานแผนงานผลิต ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาอาชีพ การผลิตเสบียงสัตว์ การผลิตอาหารสัตว์ และการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรกับหน่วยงานในสังกัดแลหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติ
3. กำหนดมาตรฐาน ตรวจสอบ และรับรองแปลงผลิตเสบียงสัตว์
4. ให้คำปรีกษา ตรวจสอบ และรับรองแปลงผลิตเสบียงสัตว์
5. ปฏิบัติงานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย
:: กิจกรรม/งานที่รับผิดชอบ ::
โครงการคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล
ที่มา/หลักการเหตุผล
ปี 2554 ประเทศไทยเกิดวิกฤตมหาอุทกภัยรุนแรงบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ 63 จังหวัด กว่า 150 ล้านไร่ (6 ล้านเฮกตาร์) ซึ่งในจำนวนนี้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย 11.20 ล้านไร่ ปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 13.41 ล้านตัว ธนาคารโลกประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท และจัดให้เป็นภัยพิบัติครั้งสร้างความเสียหายมากที่สุดเป็นอันดับ4 ของโลก (กระทรวงมหาดไทย, 2554) อุทกภัยครั้งนี้รุนแรงและยาวนาน ทั้งในพื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยเกิดน้ำท่วมและพื้นที่เดิมที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ แปลงหญ้าได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง สัตว์ขาดแคลนอาหารสัตว์ ส่งผลต่อศักยภาพการผลิต ทั้งในระหว่างเกิดภัยและยาวนานต่อเนื่องไปอีกหลายเดือนหลังจากเกิดภัย
กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญกับการเตรียมการให้ความช่วยเหลือเสบียงสัตว์แก่เกษตรกรให้เพียงพอ เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อปศุสัตว์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ยึดเป็นนโยบายของกรมปศุสัตว์ด้านความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ โดยมอบหมายให้สำนักพัฒนาอาหารสัตว์รับผิดชอบเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรให้ทันกับสถานการณ์
การให้ความช่วยเหลือด้านเสบียงสัตว์แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยที่ผ่านมา จะต้องขนส่งเสบียงจาก คลังเสบียงสัตว์ของกรมปศุสัตว์ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้สัตว์ต้องอดอาหารเป็นเวลานานและเสียค่าใช้จ่ายสูง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและเป็นการสนองพระราชดำริ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์จึงได้จัดตั้งโครงการคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลตามแนวพระราชดำริ เพื่อผลิตเสบียงสัตว์และสำรองไว้ในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยซ้ำซากโดยบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยราชการ เกษตรกร และเอกชน ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการคลังเสบียงสัตว์ในพื้นที่ใกล้เคียงแหล่งเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรมากที่สุด สามารถนำเสบียงสัตว์ไปแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้ทันที ส่งเสริมการผลิตเสบียงสัตว์ในท้องถิ่น และให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมบริหารจัดการคลังเสบียงสัตว์ของตนเอง ซึ่งจะทำให้ปศุสัตว์ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
วัตถุประสงค์
เพื่อจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล สำหรับรวบรวมเสบียงสัตว์ไว้ในพื้นที่ สามารถนำมาแจกจ่ายให้เกษตรกรได้ทันทีเมื่อเกิดภัยพิบัติ จำนวน 58 แห่ง
คลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล ปีงบประมาณ 2567
เป้าหมาย
จัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล ในพื้นที่ในความรับผิดชอบของศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ทั้ง 32 แห่ง โดยให้ศูนย์ฯแต่ละแห่งจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ในพื้นที่ที่เหมาะสม รวม 71แห่ง
ให้การสนับสนุนเสบียงสัตว์แห้ง (โควต้าสำนักฯ) จำนวน 5,000 - 10,000 กิโลกรัม/แห่ง
การดำเนินการ
จัดตั้งโครงการ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในการวางแผนดำเนินการ จัดทำโครงการ และติดตามประเมินผล ตลอดจนแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้โครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์
การประสานงาน สำนักพัฒนาอาหารสัตว์แจ้งให้ศูนย์ฯ ในสังกัด 32 แห่ง ประสานงานกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด (ปศจ.), องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในท้องที่ที่รับผิดชอบ ร่วมกันคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายเพื่อจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลตามแนวพระราชดำริ รวม 71 แห่ง
การคัดเลือกเลือกพื้นที่จัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ โดยเลือกตำบลที่เกิดภัยธรรมชาติซ้ำซากมีการเลี้ยงสัตว์ค่อนข้างหนาแน่น ดำเนินการจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ขึ้น โดยให้คลังเสบียงสัตว์แต่ละแห่งมีองค์ประกอบดังนี้
มีเกษตรกรร่วมเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ราย
มีจำนวนโคกระบือรวมไม่น้อยกว่า 100 ตัว
มีความพร้อม สามารถเตรียมสถานที่สำหรับอพยพสัตว์เลี้ยงได้
มีคณะกรรมการบริหารเพื่อจัดการและควบคุมคลังเสบียงสัตว์ 1 คณะ ต่อคลังเสบียงสัตว์ 1 แห่ง
การจัดเตรียมเสบียงสัตว์
4.1 ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ในสังกัดของสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ ที่รับผิดชอบแต่ละพื้นที่มีหน้าที่จัดหาเสบียงสัตว์สนับสนุน ให้คลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลในช่วงเริ่มต้นโครงการจำนวน 5,000 - 10,000 กิโลกรัม/แห่ง
4.2 องค์การบริหารส่วนตำบล/คณะกรรมการฯ รับผิดชอบจัดหาเสบียงสัตว์เพิ่มเติมให้คลังเสบียงสัตว์ เพื่อให้มีเสบียงสัตว์เพียงพอ และพร้อมสนับสนุนเกษตรกรได้ตลอดเวลา
การบริหารจัดการคลังเสบียงสัตว์ เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ในพื้นที่จัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ มีการบริหารจัดการคลังเสบียงสัตว์โดยคณะกรรมการบริหารและควบคุมคลังเสบียงสัตว์ ประกอบด้วยคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของเกษตรกรที่ร่วมโครงการ ซึ่งมีองค์ประกอบและหน้าที่ดังนี้
5.1 คณะกรรมการบริหารคลังเสบียงสัตว์ ประกอบด้วย
>> นายอำเภอ ที่ปรึกษา
>> ปศุสัตว์อำเภอหรือผู้ได้รับการแต่งตั้งจากปศุสัตว์จังหวัด ที่ปรึกษา
>> นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ปรึกษา
>> ประธานคลังเสบียงสัตว์ 1 คน
>> รองประธาน 1 คน
>> กรรมการ (อย่างน้อย) 2 คน
>> เหรัญญิก 1 คน
>> เลขานุการ 1 คน
5.2 หน้าที่ของคณะกรรมการบริหารคลังเสบียงสัตว์ มีอำนาจเบิกจ่าย และนำเสบียงสัตว์จำหน่าย จ่ายแจกเกษตรกรเมื่อเกิดภัยพิบัติได้ทันที พร้อมทั้งจัดหาเสบียงสัตว์เพิ่มเติมให้แก่คลังเสบียงสัตว์ โดยมีสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด (ปศจ), องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.), กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ หรือตัวแทนเกษตรกร เป็นกรรมการร่วมในการแจกจ่ายเสบียงสัตว์ตามระเบียบและหลักเกณฑ์การจัดสรรเสบียงสัตว์ของคณะกรรมการบริหารคลังเสบียงสัตว์
การติดตามผล
สำนักงานปศุสัตว์อำเภอให้คำแนะนำ ควบคุม ติดตามจัดเก็บ การแจกจ่ายเสบียงสัตว์จาก คลังเสบียงสัตว์และรายงานปศุสัตว์จังหวัด
ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ติดตามประเมินผลและรายงานผลการปฏิบัติงานให้สำนักพัฒนาอาหารสัตว์
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
คลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลสำรองเสบียงสัตว์แห้งในเบื้องต้นได้ 5,000 - 10,000 กิโลกรัม/แห่ง สามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติในพื้นที่และเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที เป็นต้นแบบการสำรองเสบียงสัตว์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการของคณะกรรมการบริหารคลังเสบียงสัตว์ในพื้นที่
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุ้กกี้
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2568 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 พัฒนาเว็บไซต์โดย ผู้ดูแลเว็บไซต์สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ : กลุ่มวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารสัตว์

