การจัดการปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มในแปลงหญ้า

เฉลิมพล    แซมเพชร

                การทำปศุสัตว์จำเป็นต้องมีแปลงหญ้าหรือทุ่งหญ้าไว้เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารสำหรับสัตว์ ส่วนการจัดการใช้ประโยชน์จากแปลงหญ้านั้นอาจทำได้ 2 วิธีคือปล่อยสัตว์ลงแทะเล็ม(Grazing  system) หรือทำการเก็บเกี่ยวไปให้สัตว์กิน (cut  and  carry  system) ทั้งสองวิธีหรือทั้งสองระบบต่างก็มีข้อดีข้อเสีย การที่จะจัดการระบบใดนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขปัจจัยที่ต่างกัน กล่าวโดยทั่วไปการจัดการด้วยวิธีการปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มนั้นเหมาะสำหรับฟาร์มที่มีขนาดใหญ่หรือมีพื้นที่ต่ำกว่าวิธีตัดเกี่ยวให้สัตว์ก็ตาม แต่ก็เป็นวิธีที่ใช้ต้นทุนต่อพื้นที่(ถ้าราคาที่ดินไม่เป็นเงื่อนไข)น้อยกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอาจกล่าวได้ว่าเกษตรกรไทยที่มีเงื่อนไขเหมาะสมที่จะดำเนินการทำปศุสัตว์ด้วยวิธีปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มคงมีไม่มากนักเพราะเกษตรกรส่วนใหญ่พื้นที่ดินจำกัด แต่อย่างไรก็ตามข้อเขียนในเรื่องนี้ก็อาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจที่จะนำไปเป็นแนวทางประยุกต์ใช้ได้ถึงแม้พื้นที่ดินไม่มากนักก็ตามหรือนำไปใช้บริหารจัดการกับแปลงหญ้าสาธารณะ แปลงหญ้ารวม หรือแปลงหญ้าของหมู่บ้านต่อไป

หลักการจัดการ
           
ความสัมฤทธิ์ผลของการจัดการปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มในแปลงหญ้าจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการจัดการบริหารให้เกิดความสมดุลย์ขึ้น ระหว่างผลผลิตและคุณภาพ(ผลิตภาพ) ของแปลงหญ้ากับความต้องการของสัตว์ ผลผลิตและคุณภาพ(ผลิตภาพ) ของแปลงหญ้า อยู่ภายใต้อิทธิพลของหลายปัจจัย ดังนั้นจึงผันแปรเปลี่ยนไปตามฤดูหรือภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ส่วนความต้องการของสัตวืนั้นในด้านปริมาณและคุณภาพของอาหารก็ยังแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาด(น้ำหนัก) และวัยการเจริญของสัตว์ เมื่อเป็นเช่นนี้จะเห็นได้ว่าการจัดการในเรื่องนี้เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด หรือคุ้มค่านั้นไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย และไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ผู้ที่รับผิดชอบจะต้องมีพื้นฐานความรู้ทั้งทางด้านพืชอาหารสัตว์และสัตว์จะต้องเข้าใจถึงความต้องการในปัจจัยต่างๆ เพื่อการเจริญเติบโตทั้งของพืชและสัตว์

รูปแบบของการปล่อยสัตว์ลงแทะเล็ม
  
         การจัดการปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มในแปลงหญ้าสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการลงทุน แรงงาน และผลกระทบต่อทั้งสัตว์และแปลงหญ้า แต่อย่างไรก็ตามในหลายรูปแบบของการปล่อยลงแทะเล็มนั้นอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

    1.การปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มแบบต่อเนื่อง (Continuous  grazing) Extensive  continuous  stocking: เป็นการจัดการที่ใช้อัตราสัตว์ (Stocking  rate) จำนวนหนึ่งปล่อยลงแทะเล็มในแปลงหญ้าใดแปลงหญ้าหนึ่งตลอดทั้งฤดูกาล หรือตลอดทั้งปี เมื่อเป็นเช่นนี้จะเห็นว่าความไม่สมดุลย์ระหว่างผลิตภาพของแปลงหญ้ากับความต้องการของสัตว์จะเกิดขึ้นได้ เช่นในฤดูฝนแปลงหญ้าอาจมีการเจริญเติบโตมากกว่าความต้องการของสัตว์ ซึ่งจะทำให้มีการสูญเสียจากการเหลือใช้โดยเปล่าประโยชน์ แต่เมื่อถึงฤดูแล้งทั้งผลผลิตและคุณภาพลดลงไม่เพียงพอสำหรับสัตว์ และจะนำไปสู่การเหยียบย่ำและแทะเล็มซ้ำซากที่รุนแรงก่อให้เกิดความเสียหายแก่แปลงหญ้า
    1.1 Intensive  continuous  stocking : เป็นรูปแบบที่พัฒนาปรับปรุง (1.1)ให้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยพยายามลดปัญหาหรือลดความไม่สมดุลย์ที่เกิดขึ้นระหว่างผลิตภาพของแปลงหญ้ากับความต้องการของสัตว์ลง โดยมีหลักการคือ กำหนดอัตราสัตว์ให้พอเหมาะกับผลิตภาพของแปลงหญ้าในช่วงเวลาที่แปลงหญ้ามีผลิตภาพสูงเช่นฤดูฝน แต่เมื่อถึงช่วงเวลาที่แปลงหญ้าจะมีผลิตภาพลดลง เช่นตั้งแต่ปลายฤดูฝนถึงฤดูแล้ง ก็ลดอัตราสัตว์ลงได้โดยการขายสัตว์บางส่วนออกไป การปฏิบัติเช่นนี้ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า หรืออาจใช้ทางเลือกอื่น เช่นขยายพื้นที่แทะเล็มไปในพื้นที่ที่ได้กันเอาไว้เพื่อใช้ปลูกพืชอาหารสัตว์ในฤดูฝนสำหรับทำหญ้าแห้ง หรือหญ้าหมัก แต่เมื่อถึงฤดูแล้งก็ปล่อยสัตว์ลงมาแทะเล็ม หรืออีกทางเลือกหนึ่งอาจมีการลงทุนใส่ปุ๋ยให้แปลงหญ้าในช่วงปลายดูฝนเพื่อเพิ่มผลผลิตของแปลงหญ้าในฤดูแล้งเป็นต้น
    1.2 Integrated  grazing  and conservative :  เป็นการจัดการแบบผสมผสานระหว่างแบบต่อเนื่องกับแบบหมุนเวียน กล่าวคือแบ่งพื้นที่ของแปลงหญ้าออกเป็น 2 ส่วน ในสัดส่วนประมาณ 40:60 ในต้นฤดูกาลเจริญของแปลงหญ้า (ต้นฤดูฝน) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แปลงหญ้ายังให้ผลผลิตไม่สูงก็ให้ทำการปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มในพื้นที่แปลงใหญ่ 1-2 สัปดาห์ และเมื่อแปลงหญ้าเข้าสู่ระยะการเจริญเติบโตให้ผลผลิตสูง ก็ทำการย้ายสัตว์ลงแทะเล็มในแปลงเล็ก ส่วนในแปลงใหญ่ปล่อยปล่อยให้มีการเจริญเติบโตต่อไปอีกระยะหนึ่งแล้วทำการตัดไปทำหญ้าหมัก และเมื่อถึงฤดูก็หมุนเวียนให้สัตว์ลงแทะเล็มแปลงใหญ่ ส่วนแปลงเล็กก็อาจมีการบำรุงใส่ปุ๋ย เมื่อแปลงหญ้าเจริญได้ที่ก็ทำการตัดไปทำหญ้าหมัก และเมื่อเข้าสู่ระยะปลายฤดูการเจริญของแปลงหญ้าก็ปล่อยให้สัตว์ลงแทะเล็มเต็มพื้นที่ การจัดการวิธีนี้ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพียงแต่ต้องลงทุนเพิ่มเติมเรื่องการทำรั้วอยู่บ้าง วิธีการนี้เปิดโอกาสให้สัตว์ได้เลือกแทะเล็มได้อย่างอิสระได้บ้าง และเมื่อแปลงหญ้ามีผลผลิตเหลือก็สามารถตัดไปทำเป็นอาหารสำรองได้

    2.การปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มแบบหมุนเวียน(Rotational  grazing) หลักของการจัดการคือแบ่งแปลงหญ้าออกเป็น 4-6 แปลงย่อย มีขนาดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน ปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มทีละแปลงจนครบแล้วเริ่มต้นใหม่ การจัดการด้วยวิธีนี้สามารถที่จะผันแปรหรือกำหนดจำนวนแปลงย่อย(number  of  paddocks) ระยะการแทะเล็มในแต่ละแปลงย่อย(grazing  period) ระยะเวลาให้แปลงหญ้าพักตัว(rest  period) และระยะครบรอบ การแทะเล็ม(rotation หรือ grazing  cycle) ได้ดังนี้ Rotation หรือ Grazing  cycle = Grazing  period + rest  period

No  of                      =         Rotation  cycle  28 วัน    =   7
paddocks                            Grazing  period  4 วัน

การปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มด้วยวิธีนี้สามารถที่จะจัดการให้ประณีต (Intensive) ขึ้นอีกดังนี้
    2.1 Rigid  rotational  grazing : ปัญหาความไม่สมดุลย์ระหว่างผลิตภาพของแปลงหญ้ากับความต้องการของสัตว์ยังเกิดขึ้นในการจัดการแบบหมุนเวียนเนื่องจากจำนวนแปลงย่อย และอัตราสัตว์ที่ปล่อยแทะเล็มน้อยเกินไป (under-grazing) หรือมากเกินไป(over-grazing)ย่อมเกิดขึ้นได้ การจัดการเพื่อลดปัญหานี้อาจทำได้เช่นในการจัดระบบหมุนเวียนที่ได้แบ่งแปลงลงแทะเล็ม 1 สัปดาห์ และมีเวลาพัก 3 สัปดาห์ ในแต่ละแปลงนั้นสามารถแบ่งเป็นแปลงย่อยได้อีก 7 แปลงด้วยรั้วไฟฟ้าชั่วคราว เช่นรั้วไฟฟ้า  โดยปล่อยให้สัตว์ลงแทะเล็มแปลงย่อยละวัน ดังนั้นแต่ละแปลงย่อยจะมีขนาดประมาณ 1 ใน 7 ของแปลง แต่แปลงแรกที่สัตว์ลงแทะเล็มแปลงย่อยอาจต้องมีขนาดใหญ่กว่าแปลงย่อยหลังเพราะว่ายังมีผลผลิตน้อย หรือถ้าแปลงหญ้านั้นใช้แบ่งออกเป็น 7 แปลงก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ทำการแบ่งแต่ละแปลงนั้นออกเป็นแปลงย่อย 4 แปลง และปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มวันละแปลงย่อย และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แปลงหญ้านั้นแก่เกินไป จึงควรจัดการให้มีการใช้แปลงหญ้าครบวงจรเสรจก่อนที่แปลงหญ้าจะแทงช่อดอก การจัดการด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับโคนม
    2.2 Flexible  rotation  grazing : เป้าหมายหลักของการจัดการระบบนี้คือ การปรับหรือกำหนดจำนวนวันลงแทะเล็มในแต่ละแปลงให้เหมาะสมกับผลิตภาพของแปลงหญ้าแต่ละแปลง แทนที่จะปรับขนาดของแปลง ตัวอย่างเช่น แบ่งแปลงหญ้าออกเป็น 10-11 แปลงโดยมีความตั้งใจใช้ 4-5 แปลง สำหรับตัดเกี่ยวไปทำอาหารสำรอง (หญ้าแห้ง หรือหญ้าหมัก) ในช่วงเวลาที่แปลงหญ้ามีการเจริญเติบโตดี ส่วนแปลงที่เหลือ 6-7 แปลงก็หมุนเวียนให้สัตว์ลงแทะเล็มแปลงละประมาณ 4 วัน ดังนั้นแปลงหญ้าก็จะมีเวลาพัก 22-23 วันก่อนที่จะถูกแทะเล็มครั้งต่อไป การดำเนินการเช่นนี้อาจทำได้ 2 รอบ กว่าจะถึงช่วงเวลาหรือช่วงฤดูการเจริญของแปลงหญ้าลดลง เมื่อถึงเวลานี้แปลงหญ้า 4-5 แปลงที่เคยถูกสงวนไว้ทำอาหารสำรองนั้นก็จะถูกนำมาเข้าระบบรวมกันทั้งหมด และแต่ละแปลงปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มเหลือ 2-3 วัน จำนวนแปลงและจำนวนวันแทะเล็มสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมได้ตามสภาพและความสะดวกในการจัดการ
    2.3 Leader and fllow rotational grazing : หลักของการจัดการวิธีนี้คือการจัดให้สัตว์ กลุ่มหรือ 2 ประเภทที่มีความต้องการทางด้านโภชนาการต่างกันลงแทะเล็มด้วยกัน เช่น โคเนื้อหรือโคนมที่มีอายุหรือวัยเจริญต่างกัน และแกะกับลูกแกะ เป็นต้น สัตว์ที่มีความจำเป็นต้องการโภชนาการสูงกว่าก็จะแทะเล็มตามหลัง (follower) การจัดการเช่นนี้ถึงแม้จะยุ่งยากบ้างแต่จะให้ผลดีกว่าที่จะปล่อยสัตว์ทั้ง 2 กลุ่มลงแทะเล็มพร้อมกัน การจัดการแบบนี้ยังช่วยให้มีการควบคุมเรื่องพยาธิได้ดีกว่าอีกด้วย
    2.4 Strip  grazing : เป็นการจัดการให้สัตว์แทะเล็มแต่ละวันด้วยการย้ายรั้ว(ไฟฟ้า) ชั่วคราวออกไปแต่ละวัน ในการปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มในลักษณะนี้ ถ้านานกว่า 4-7 วัน สัตว์ก็อาจย้อนกลับไปแทะเล็มซ้ำวันก่อนที่ผ่านมาอีก จึงจำเป็นต้องใช้รั้วไฟฟ้าอีกเส้นหนึ่งประกบด้านหลังเอาไว้

    สรุป
            จะมีคำถามอยู่เสมอว่าการปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มระบบไหนระหว่างแบบต่อเนื่องกับแบบหมุนเวียนให้ผลดีกว่ากัน นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้คำตอบที่แน่นอนได้เนื่องจากมีปัจจัยอื่นเป็นตัวแปรอีกมาก แต่โดยทั่วไปแล้วการจัดการแบบหมุนเวียนจะแนะนำให้ใช้กับโคนม และแบบต่อเนื่องใช้กับโคเนื้อ การจัดการแบบต่อเนื่องสัตว์สามารถเลือกแทะเล็มได้อย่างอิสระเป็นการจัดการไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องลงทุนเรื่องการทำรั้วมาก