รูปที่ 2 โคสาวพันธุ์พื้นเมืองที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์เลย

          เนื่องจากหญ้าที่ขึ้นอยู่เองตามธรรมชาตินั้นมีคุณค่าทางอาหารสัตว์ต่ำ ผลผลิตก็น้อย และพื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์สาธารณะนับวันจะน้อยลงไม่เพียงพอที่จะปล่อยสัตว์ไปเลี้ยงเหมือนแต่ก่อน ซึ่งวัวจำเป็นต้องกินหญ้าเป็นอาหารหลัก หากท่านลงทุนปลูกหญ้าพันธุ์ดีไว้ในพื้นที่ของตนเอง เช่นบริเวณพื้นที่หัวไร่ปลายนา หรือพื้นที่ว่างเปล่า เพียงครั้งเดียวก็จะมีหญ้าใช้สอยไปได้หลายปีทีเดียว เพราะเป็นแปลงหญ้าคุณภาพดี ให้ผลผลิตสูงเพียงพอสำหรับเลี้ยงวัว ไม่ต้องเสียเวลาต้อนไปเลี้ยงไกลๆ อีกต่อไป ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ให้กับผู้เลี้ยงวัวได้ทางหนึ่ง ซึ่งผู้เลี้ยงวัวจะมีรายได้จากการจำหน่ายตัววัวเป็นรายปี และยังมีรายได้จากการจำหน่ายขี้วัวเป็นรายเดือนอีกด้วย นับว่าเป็นอาชีพที่จะช่วยพยุงฐานะของครอบครัวให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน 

 

การทำแปลงหญ้าแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ

  1. แปลงหญ้าถาวร เป็นพื้นที่ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ต่อเนื่องกันไป ปลูกหญ้าครั้งเดียวดูแลให้ใช้งานไปได้หลายปี เมื่อแปลงหญ้าอายุ 4-5 ปี ก็พรวนดินให้โปร่งขึ้นบ้างเท่านั้น
  2. แปลงหญ้าหมุนเวียน เป็นพื้นที่ดอน ดินเสื่อมคุณภาพ เนื่องจากปลูกพืชไร่มานาน เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด เป็นต้น ให้ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่นั้นเป็นเวลา 3 ปีแล้วให้สลับไปปลูกพืชไร่ใหม่จะได้ผลผลิตพืชไร่สูงขึ้น ปลูกได้ 2 ปีก็สลับไปปลูกหญ้าหมุนเวียนกันไป

ถ้าจะเริ่มปลูกหญ้าบ้างจะทำอย่างไร?

ถ้าท่านไม่เคยปลูกหญ้ามาก่อนเลย ให้พิจารณาเลือกวิธีปลูกที่เหมาะสมไปใช้ดังนี้

  1. ปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์เป็นวิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุด เกษตรกรนิยมใช้ แต่ใช้ได้กับพืชอาหารสัตว์ที่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดพันธุ์เท่านั้น เช่น หญ้ารูซี่ หญ้ากินนีสีม่วง หญ้าอะตราตัม ถั่วฮามาต้า ถั่วคาวาลเคด เป็นต้น 
  • การเตรียมดิน ต้องไถดะ แล้วเก็บเศษหิน เศษไม้ ออกจากแปลงให้หมดก่อน เสร็จแล้วไถแปรเพื่อปรับพื้นที่ แล้วพรวนดินให้ละเอียด หรืออาจใช้จอบหมุนตีดินก็ได้ ผิวดินที่ละเอียดจะเหมาะกับเมล็ดพันธุ์หญ้าที่มีขนาดเล็ก และการเตรียมดินให้เรียบจะช่วยให้เครื่องจักรที่ลงไปตัดหญ้าทำงานได้สะดวกขึ้น ลดการสึกหรอของเครื่องจักรอีกด้วย

 

รูปที่ 3 ใช้กิ่งไม้เกลี่ยเมล็ดพันธุ์หญ้าให้สัมผัสดิน

 

  • การปลูกมีให้เลือก 2 วิธีคือ
    -วิธีโรยเมล็ดเป็นแถว เป็นวิธีที่ดีโดยการวางแผนระยะระหว่างแถวให้เหมาะกับการใช้เครื่องจักรกลเข้าไปกำจัดวัชพืช เริ่มต้นด้วยการเตรียมหาเมล็ดพันธุ์ ไว้ให้พร้อม ใช้ไม้ขีดดินเป็นร่องลึกไม่เกิน 1 เซนติเมตร ระยะห่าง 30 - 50 เซนติเมตร โรยเมล็ดตามร่อง ไม่ต้องกลบเมล็ด
    -วิธีหว่านเมล็ด เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดแรงงานในการปลูก แต่ต้องหว่านให้เมล็ดกระจายอย่างทั่วถึง วิธีนี้จะได้ต้นหญ้าขึ้นแน่นกว่าการโรยเป็นแถวแต่กำจัดวัชพืชออกยาก อาจต้องใช้วิธีที่เรียกกันว่า “ตัดปรับสภาพ” คือตัดหญ้าครั้งแรกทิ้งไปพร้อมกับวัชพืช ต่อมาหญ้าจะโตไวกว่าและขึ้นคลุมวัชพืชได้ในภายหลัง นอกจากนี้จะต้องไถเตรียมดินเพื่อกำจัดวัชพืชหลายๆครั้งก่อนปลูก เมื่อหว่านเมล็ดพันธุ์หญ้าตามอัตราที่กำหนดแล้ว เราไม่ต้องกลบเมล็ดแต่ให้ใช้กิ่งไม้เกลี่ยที่บริเวณผิวดิน ให้เมล็ดหญ้าสัมผัสกับดินได้มากขึ้น ควรเลือกหว่านเมล็ดพันธุ์หญ้าหลังฝนตก หรือในวันที่ดินมีความชุ่มชื้นอยู่พอสมควรจะช่วยให้ต้นหญ้างอกได้เร็วขึ้น
  1. ปลูกด้วยท่อนพันธุ์หากท่านต้องการปลูกหญ้าชนิดที่ไม่ติดเมล็ด ก็จะต้องใช้ท่อนพันธุ์ปลูก เช่นหญ้าแพงโกล่า หญ้าเนเปียร์ หญ้าบาน่า เป็นต้น ให้เลือกใช้ท่อนพันธุ์ที่มีอายุมากกว่า 2 เดือน

กรณีหญ้าเนเปียร์ หรือหญ้าบาน่า ไม่ชอบน้ำขังให้เลือกปลูกบริเวณที่ดอน หรือทำร่องระบายน้ำไว้ด้วย ตัดลำต้นหญ้าเป็นท่อนๆ ให้มีข้อติดมาด้วย 2 ข้อต่อท่อน นำมาใส่ถุงปุ๋ยเก็บในที่ร่มรดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ค้างคืน รุ่งเช้านำไปปลูกในแปลง ใช้ระยะระหว่างหลุม 80 x 120 เซนติเมตร ปักท่อนพันธุ์ลงดินให้เอียง 45 องศา ให้ข้อจมลงดิน 1 ข้อ เหยียบดินให้แน่น

กรณีปลูกหญ้าแพงโกล่า มีลำต้นเล็ก และทนน้ำท่วมขังได้ดี ให้เลือกปลูกได้ทั้งที่ลุ่มและที่ดอน หากเป็นที่ลุ่มให้เตรียมดินแบบนาหว่านน้ำตม หว่านท่อนพันธุ์แล้วใช้ผ้าพลาสติกทาบให้ท่อนพันธุ์จมลงไปในน้ำ แช่น้ำทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ แล้วปล่อยน้ำทิ้งรากต้นหญ้าจะยึดดินและแตกยอดอ่อนต่อไป หากปลูกที่ดอนให้ไถเตรียมดินให้ละเอียด เลือกวันที่ดินมีความชื้น หรือหลังจากฝนตก ให้หว่านท่อนพันธุ์ให้ทั่วแปลงแล้วพรวนดินกลบ 

ถ้าเลี้ยงวัว 1 ตัวควรมีพื้นที่ปลูกหญ้ากี่ไร่?

เป็นคำถามยอดนิยมของผู้เลี้ยงวัวหน้าใหม่ ให้พิจารณาจากสภาพพื้นที่ และชนิดพันธุ์หญ้าที่จะปลูก ถ้าเป็นพื้นที่ดอนอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ควรปลูกหญ้ารูซี่ ถั่วฮามาต้า สำหรับปล่อยให้วัวแทะเล็มอย่างน้อย 2 ไร่ ต่อวัว 1 ตัว และต้องสำรองฟาง หรือหญ้าแห้งไว้ให้วัวกินในฤดูแล้งด้วย แต่ถ้าเป็นพื้นที่ดินดีมีน้ำตลอดทั้งปี ปลูกหญ้าเนเปียร์ให้ผลผลิตสูงแต่ต้องตัดให้กินจะเลี้ยงวัวได้ไร่ละ 4 ตัว โดยแต่ละวันวัวจะกินอาหารคิดเป็นน้ำหนักแห้งประมาณ 2.5-3% ของน้ำหนักตัว หากคิดเป็นหญ้าสดก็จะกินประมาณ 10-15% ของน้ำหนักตัว

การปล่อยสัตว์ลงไปแทะเล็มในแปลงหญ้ามากเกินไป ก็เป็นปัญหาคือ

  1. หญ้าจะเจริญเติบโตช้าลง และไม่ค่อยแตกกอ
  2. วัชพืชจะเจริญเติบโตมากขึ้นแทนหญ้า
  3. หากปล่อยวัวแทะเล็มหญ้ามากเกินไป ต้นหญ้าจะตาย

เมื่อปลูกหญ้าแล้วจะดูแลรักษาอย่างไร?

ถึงแม้ว่าจะเป็นพืชตระกูลหญ้าซึ่งมีความทนทานและเจริญเติบโตเร็วก็ตาม แต่เราก็ต้องดูแลรักษาต้นหญ้าให้ได้ผลผลิตมากๆ โดยทำดังนี้

  1. กำจัดวัชพืช หากปล่อยวัชพืชไว้จะแย่งอาหารกับหญ้าที่เราปลูก จึงควรกำจัดวัชพืชหลังปลูก 2 สัปดาห์จากนั้นต้นหญ้าก็จะเจริญเติบโตคลุมพื้นที่ได้  
  • ก่อนปลูกหญ้าควรไถดินกลบวัชพืชก่อน 1 ครั้ง แล้วทิ้งระยะเวลาให้วัชพืชงอกขึ้นมาใหม่จากนั้นไถกลบวัชพืชอีกครั้ง เพื่อลดปริมาณวัชพืชลง จากนั้นคราดดินในแปลงให้ดินละเอียดและเรียบเสมอกัน
  • ถ้าปลูกหญ้าเป็นแถว ควรพรวนดินเพื่อกำจัดวัชพืชระหว่างแถว จะช่วยให้ต้นหญ้าสมบูรณ์เร็วขึ้น
  • ควรกำจัดวัชพืชในขณะที่ดินแห้ง เพื่อความสะดวกในการทำงานและให้วัชพืชจะได้ตายหมด
  • หลังจากปล่อยวัวลงแทะเล็มแปลงหญ้าแล้ว วัวจะเลือกกินแต่หญ้าทำให้เหลือแต่ต้นวัชพืช ฉะนั้นจะต้องหมั่นตัดต้นวัชพืชออกไปจากแปลงอยู่เสมอ ก่อนที่วัชพืชจะออกดอกติดเมล็ด
  • ไม่ควรใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชในแปลงหญ้า เพราะอาจมีผลตกค้างเป็นอันตรายต่อวัว
  1. การใส่ปุ๋ย
  • ปุ๋ยคอกควรใส่ปุ๋ยคอกปีละครั้งประมาณ 2 ตันต่อไร่ หรืออาจใส่น้ำขี้หมูก็ได้ จะช่วยเพิ่มอินทรีย์วัตถุลงไปในดิน และทำให้ดินร่วนซุย หญ้าก็จะเจริญเติบโตได้ดี 
  • ปุ๋ยเคมีใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ในช่วงที่เตรียมดิน และใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) หลังจากตัดหญ้าแล้ว 2 สัปดาห์อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ควรพิจารณาใส่ปุ๋ยเคมีในช่วงที่หญ้าเริ่มฟื้นตัวและดินมีความชื้นเพียงพอ  

ค่าใช้จ่ายในการปลูกหญ้ามีอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นไม่รวมค่าแรงงานเป็นเงิน 1,230 บาทต่อไร่ ประกอบด้วย ค่าเตรียมดิน 300 บาท ค่าเมล็ดพันธุ์หญ้า 180 บาท ค่าปุ๋ยเคมี 750 บาท

จะใช้ประโยชน์แปลงหญ้าได้อย่างไร?

ชาวบ้านบางท่านเมื่อปลูกหญ้าเสร็จแล้วไม่ทราบว่าจะตัดได้เมื่อไหร่ และเสียดายจึงปล่อยให้ต้นหญ้าแก่เกินไปเมื่อตัดไปให้วัวกินมันก็ไม่ค่อยกิน เพราะวัวมันชอบหญ้าอ่อนจึงขอแนะนำการใช้ประโยชน์ไว้ดังนี้

  1. ตัดให้วัวกิน ถ้าตัดหญ้าที่อายุน้อยก็จะได้หญ้าที่อ่อนนุ่มสัตว์ชอบกินและมีคุณค่าทางอาหารสูง แต่ก็ได้ผลผลิตน้อย ถ้าตัดหญ้าในช่วงที่อายุมากเกินไปต้นจะแข็ง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ แต่จะให้ผลผลิตสูง ฉะนั้นเราควรพิจารณาตัดในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยแปลงที่ปลูกใหม่จะปล่อยให้ต้นหญ้าตั้งตัวดีก่อนตัดหญ้าที่อายุ 90 วัน แต่ครั้งต่อๆไปให้ตัดหญ้าได้ทุกๆ 30-45 วัน โดยการเกี่ยวหญ้าออกจากแปลงต้นหญ้าจะได้รับการกระทบกระเทือนน้อย ทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ส่วนข้อเสียคือสิ้นเปลืองแรงงานในการตัด และดินจะเสื่อมสภาพเร็วเนื่องจากสูญเสียแร่ธาตุในดินออกไปพร้อมกับต้นหญ้า
  2. ปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มแปลงหญ้าที่ปลูกใหม่จะต้องปล่อยให้หญ้าตั้งตัวก่อนเช่นกัน ประมาณอายุ 90 วัน คอยสังเกตไม่ให้วัวกินหญ้าจนสั้นเกินไป ต้องย้ายวัวออกไปกินที่แปลงอื่นทิ้งระยะให้หญ้าได้ฟื้นตัวดีแล้วจึงนำวัวกลับมากินใหม่ ข้อดีคือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตัดหญ้า และจะได้รับปุ๋ยจากมูลวัวที่ถ่ายลงในแปลง ข้อเสียคือต้องใช้แรงงานในการเลี้ยงดูวัว และต้นหญ้าถูกเหยียบย่ำเสียหายจึงให้ผลผลิตลดลง

กรมปศุสัตว์ส่งเสริมให้ปลูกหญ้าพันธุ์ใดบ้าง?

มีหญ้าหลายชนิดที่กรมปศุสัตว์แนะนำให้เกษตรกรเลือกใช้ ตามวิธีการเลี้ยงและสภาพของพื้นที่ ฉะนั้นก่อนตัดสินใจปลูกหญ้าชนิดใดควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ และศึกษาให้แน่ใจ ดังนี้

  1. สภาพพื้นที่ดอน ไม่มีระบบน้ำ ปล่อยวัวลงแทะเล็ม แนะนำพันธุ์ หญ้ารูซี่ ถั่วฮามาต้า
  2. สภาพพื้นที่ดอน มีระบบน้ำ ตัดให้สัตว์กิน แนะนำ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง1 หญ้าแพงโกล่า หญ้ากินนีสีม่วง ถั่วคาวาลเคด
  3. สภาพพื้นที่ลุ่ม มีระบบน้ำ ปล่อยสัตว์แทะเล็ม หญ้าแพงโกล่า
  4. สภาพพื้นที่ลุ่ม มีระบบน้ำ ตัดให้สัตว์กิน แนะนำให้ปลูก หญ้าแพงโกล่า หญ้าอะตราตัม หญ้าพลิแคทูลั่ม
    • หญ้ารูซี่ เป็นหญ้าอายุหลายปี ต้นกึ่งเลื้อยกึ่งตั้ง ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด ปลูกด้วยเมล็ด โตเร็ว เหมาะสำหรับปล่อยวัวลงแทะเล็ม ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 2-2.5 ตันต่อไร่ต่อปี
    • หญ้ากินนีสีม่วง เป็นหญ้าอายุหลายปี ต้นตั้งตรง แตกกอได้ดี ใบใหญ่ อ่อนนุ่ม เหมาะสำหรับตัดให้สัตว์กิน ทนร่มเงาได้ดี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และแยกกอ ไม่ทนต่อน้ำท่วมขัง ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 5-3.5 ตันต่อไร่ต่อปี

      รูปที่ 4 หญ้ากินนีสีม่วง
    • หญ้าเนเปียร์ปากช่อง1 เป็นหญ้าอายุหลายปี ลำต้นตรง เป็นกอ ขนาดใหญ่คล้ายต้นอ้อย มีใบมาก ชอบดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ปลูกโดยใช้ท่อนพันธุ์ ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 3-4 ตันต่อไร่ต่อปี
    • หญ้าอะตราตัม ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ลักษณะต้นเป็นกอ ใบกว้าง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินทีมีความอุดมสมบุรณ์ต่ำ ดินเป็นกรด และมีน้ำขังบ้าง เหมาะสำหรับตัดให้สัตว์กิน ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 5-3.5 ตันต่อไร่ต่อปี
    • หญ้าพลิแคทูลั่ม เป็นหญ้าอายุหลายปี ต้นตั้งเป็นกอ เจริญเติบโตได้ในดินทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทนต่อสภาพแห้งแล้ง และน้ำท่วมขัง ปลูกด้วยเมล็ด ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 5-2.5 ตันต่อไร่ต่อปี

      รูปที่ 5 หญ้าพลิแคทูลั่ม
    • หญ้าแพงโกล่า เป็นหญ้าอายุหลายปี มีลำต้นทอดนอนไปตามพื้นผิวดิน ต้นอ่อนจะตั้งตรง เจริญเติบโตได้ในดินทรายจนถึงดินเหนียว ทนแล้งและทนน้ำท่วมขัง ปลูกขยายด้วยท่อนพันธุ์ ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 5-7 ตันต่อไร่ต่อปี

 จะปลูกหญ้าได้เมื่อไหร่ดี ?

  1. ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ ต้นฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน เพราะดินได้รับน้ำฝนใหม่ มีความชื้นพอเหมาะต่อการงอกของเมล็ดหญ้า ถ้าปลูกหลังฝนตกผิวดินมีความชื้นจะช่วยให้เมล็ดหญ้างอกได้ดี ภายใน 7-10 วัน และเพียงพอต่อการตั้งตัวของต้นหญ้า
  2. หากดินที่ระดับลึก 20 เซนติเมตร ยังแห้งก็ไม่ควรปลูกให้รอฝนตกลงมาอีกรอบ
  3. ไม่แนะนำให้ปลูกหญ้าปลายฤดูฝน ระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงกันยายน เพราะเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกมาก ดินจะฉ่ำน้ำมีความชื้นสูงเมล็ดอาจเน่าเสีย และเกิดการพังทลายของดิน ทำให้เมล็ดหญ้าถูกน้ำพัดพาไป

 

 

จะหาซื้อเมล็ดพันธุ์ หรือท่อนพันธุ์หญ้าได้ที่ไหน?

หน่วยงานราชการที่บริการเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ ได้แก่ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ โทร 026534489 หรือติดต่อ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์/สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ มีอยู่ 29 แห่ง มีเมล็ดพันธุ์หญ้าจำหน่าย และบริการแจกท่อนพันธุ์หญ้าให้ฟรี หรือจะติดต่อซื้อเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์จากชมรมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์แห่งประเทศไทย อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น โทร 081-320-2634

 บทสรุป

เลี้ยงวัว 1 ตัวในแปลงหญ้า อาจจะมีอัตราการเจริญเติบโตวันละ 300-400 กรัม คิดเป็นเงินเพียง 15 บาท ดูเหมือนว่าจะมีผลตอบแทนน้อย แต่ถ้าเลี้ยง 5 ตัว ปลูกหญ้า 5 ไร่ ใช้เวลาตัดหญ้าตอนเช้า 30 นาที ตอนเย็นอีก 30 นาที ก็เพียงพอกับความต้องการของวัวทั้ง 5 ตัวแล้ว ท่านยังมีเวลาเหลืออีกมากมาย เงิน 15 บาทต่อวัน หรือ 75 บาทต่อวัน เมื่อครบปีคิดเป็นเงินเท่าไหร่ บางคนอาจจะบอกว่า เท่านี้เองหรือ บางคนอาจจะบอกว่าโอโฮตั้งเท่านี้เชียวหรือ คนที่มีเงินเหลือเก็บขนาดนี้อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนจน

จากแนวคิด "ปีนี้ปลูกหญ้า ปีหน้าเลี้ยงวัว ไม่กลัวจน" ได้รับการต่อเติมเป็น "ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ขจัดความยากจน เลี้ยงวัวในแปลงหญ้าเสริมคุณค่าด้วยกระถิน ปลูกหญ้าสวนครัวเลี้ยงวัวหลังบ้าน ได้พลังงานทดแทน (ก๊าซชีวภาพ) หากอดออมเหลือเงินนับแสน พ้นจากความแร้นแค้นและยากจน" ซึ่งวลีดังกล่าวล้วนแต่ให้กำลังใจแก่ผู้ที่คิดเลี้ยงวัวไว้เป็นออมสิน เป็นพื้นฐานการออมไว้ใช้ในวันหน้า เลี้ยงวัวต้องค่อยเป็นค่อยไปต้องใช้เวลา ปีที่ 1 อาจจะเลี้ยงวัวเอาขี้ ปีที่ 2 เลี้ยงเพื่อเอาลูกวัว ปีที่ 3 จึงจะได้ผลผลิตเป็นเนื้อ หรือเป็นนม 

"ท่านว่าจะเลี้ยงวัวเพื่อได้อะไร และการเลี้ยงวัวมิใช่วิธีคิดแบบบัญญัติไตรยางศ์"