โสภณ ชินเวโรจน์

ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาท กรมปศุสัตว์

บทนำ

การทำหญ้าแห้งเป็นวิธีการเก็บถนอมอาหารหยาบไว้ใช้ในยามขาดแคลน ซึ่งปกติจะผลิตคราวละมากๆ ต้องใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเข้าช่วยทำให้เป็นฟ่อนหญ้า เริ่มต้นจากการตัดหญ้า ตากแดดในแปลง เกลี่ยกลับกองหญ้า เมื่อหญ้าแห้งดีแล้วจึงใช้เครื่องอัดให้เป็นฟ่อน วิธีนี้เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ใหญ่ เช่น โคเนื้อ โคนม แพะ และม้า เป็นต้น แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะนำมาเลี้ยงกระต่ายสวยงาม เพราะผู้เลี้ยงให้

ความสำคัญด้านความสะอาดปลอดภัยเป็นอย่างมาก อีกทั้งสัตว์ขนาดเล็กมีความไวต่อสารพิษมากกว่าอาจเจ็บป่วย หรือตายได้ง่ายๆ ฉะนั้นจึงต้องเน้นเรื่องความสะอาดปลอดสารพิษ มีสีสวย มีกลิ่นที่กระต่ายชอบ และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามด้วย อาจเรียกว่า “หญ้าแห้งเกรดดีเยี่ยม” (Premium Grade Hay) ก็ได้ ซึ่งหญ้าแห้งที่มีจำหน่ายกันอยู่เดิมนั้นไม่ได้พัฒนาในจุดนี้ มีการใช้หญ้าแพงโกล่าแห้งอัดฟ่อนสำหรับสัตว์ใหญ่มาแยกบรรจุถุงขาย จึงมีสีซีดกลิ่นเหม็นอับ ไม่สามารถเทียบชั้นกับหญ้าแห้งจากต่างประเทศได้ เช่น Alfalfa, Timothy, Wheat Hay, Mountain Hay เป็นต้น จากข้อมูลของกรมศุลกากร ประเทศไทยเรานำเข้าถั่วอัลฟัลฟ่าแห้งและพืชอาหารสัตว์ชนิดอื่นๆ ในปี พ.ศ.2556 คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 25 ล้านบาท ทั้งๆที่เรามีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมจะผลิตหญ้าแห้งได้ดี หากผลิตออกมาก็จะได้สินค้าที่มีความใหม่สดกว่า และยังมีแรงงานฝีมือ (Handmade) ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า (Value added) ได้อีก หากเราร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน ก็จะมีสินค้าของคนไทยให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อ ช่วยลดการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศลงไปได้บ้าง

 

รูปที่ 1 การใช้เคียวเกี่ยวหญ้าแพงโกล่าในแปลง     

                    

ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาทเราตระหนักถึงความสำคัญของพืชอาหารสัตว์ ด้วยหน้าที่ในการศึกษาวิจัย และส่งเสริมการผลิตเสบียงสัตว์ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคนิควิธีการผลิตนำมาผสมกับภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ได้เป็นหญ้าแพงโกล่าแห้งมัดแท่ง สำหรับเลี้ยงกระต่าย โดยสนับสนุนให้เป็นอาชีพเสริมให้กับ เด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ต่อไป

แนวคิดในการผลิตหญ้าแพงโกล่าแห้งมัดแท่งนั้น เราอาศัยแรงงานคน และเลือกใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประดิษฐ์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สีเขียวสวย กลิ่นหอม ใหม่สด สะดวกต่อผู้เลี้ยงกระต่าย และเป็นที่ต้องการของตลาดด้วย โดยทดลองส่งสินค้าไปจำหน่ายในท้องตลาด หลายๆช่องทาง เช่น ร้านค้าย่อยในท้องถิ่น ร้านขายส่ง ขายทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น เพื่อกระจายสินค้าไปสู่ผู้ซื้อ ปรากฏว่าแรกๆหาร้านค้าค่อนข้างยากเพราะผู้ขายไม่มั่นใจสินค้าของเรา แต่ด้วยหญ้าแพงโกล่ามัดแท่งมีสีเขียวสวย และกลิ่นหอม จึงได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อ และมีการซื้อซ้ำของลูกค้า ทางร้านค้าจึงมั่นใจมากขึ้น ซึ่งในระยะแรกๆมีอุปสรรค์ที่จะต้องแก้ไขให้สินค้ามีคุณภาพตรงกับความต้องการของลูกค้า จึงเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้นมามากมาย ในที่สุดก็พร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ประชาชน

วิธีผลิตหญ้าแพงโกล่ามัดแท่ง

  1. การปลูก เลือกพื้นที่ปลูกบริเวณที่มีแหล่งน้ำเพียงพอตลอดทั้งปี ใช้พื้นที่ปลูกเพียง 1 ไร่ต่อราย ไถเตรียมดินแบบนาน้ำตมใส่น้ำสูงประมาณ 15 ซ.ม. หว่านท่อนพันธุ์ให้ทั่วผิวน้ำ ใช้กระสอบลากผ่านผิวน้ำเพื่อให้ท่อนพันธุ์จมลงไปในน้ำ แช่น้ำทิ้งไว้ 5 วัน หญ้าจะเริ่มแตกรากให้ปล่อยน้ำทิ้ง รากจะสัมผัสดินงอกเป็นต้นหญ้า
  2. การดูแลรักษาและใส่ปุ๋ย ในขณะที่เตรียมดินควรใส่ปุ๋ยรองพื้นสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่หลังจากปลูกแล้วให้สังเกตวัชพืชภายในแปลง ถ้าพบวัชพืชมากให้ตัดหญ้าทิ้งแล้วให้น้ำใส่ปุ๋ยเป็นการปรับสภาพ ต้นหญ้าจะตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดีกว่าวัชพืช และขึ้นคลุมพื้นที่ได้ทั้งหมด การจัดการแปลงหญ้าให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีสำหรับหญ้าแพงโกล่า (GAP) มกษ.8900-2554 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังตัดหญ้า 1 สัปดาห์ควรให้น้ำครั้งแรกด้วยการสูบน้ำเข้าท่วมแปลง แล้วปล่อยให้น้ำค่อยๆแห้งไป อีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็ให้น้ำครั้งที่สอง เสร็จแล้วใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่เพื่อเร่งการเจริญเติบโต และเพิ่มความเขียวให้กับต้นหญ้า ซึ่งจำเป็นอย่างมากเพื่อให้หญ้าแห้งของเรามีสีเขียวทนนาน
      รูปที่ 2 นำหญ้ามาแผ่ตากบนพื้นปูน
  3. การตัดหญ้า ตัดหญ้าที่อายุประมาณ 45 วัน ช่วงนี้ต้นหญ้าจะมีคุณค่าทางอาหารสูงและให้ผลผลิตดี ความยาวของต้นหญ้าก็เหมาะกับการมัดแท่ง ใช้เคียวเกี่ยวต้นหญ้าแพงโกล่าเลือกบริเวณที่มีลำต้นสมบูรณ์สีเขียวเข้ม ตัดสูงจากพื้นดิน 7-10 เซนติเมตร รวบต้นหญ้าให้เรียงเป็นระเบียบ เมื่อปริมาณมากพอก็มัดรวมกันเป็นฟ่อน หญ้าที่ตัดในพื้นที่ขนาด 220 ตารางเมตรเมื่อนำไปคลี่ตากแดดจะใช้พื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตร ควรหลีกเลี่ยงต้นหญ้าที่กำลังเลื้อยเพราะเมื่อตากแห้งจะมีสีออกน้ำตาลแดดๆ ไม่สวย
  4. การตากแห้ง ถ้าใช้โรงอบหญ้าแห้งพลังแสงอาทิตย์จะได้หญ้าแห้งที่ดีกว่าการตากแดดโดยตรง เนื่องจากภายในโรงอบฯ มีอุณหภูมิสูงถึง 60 องศาเซลเซียส ทำให้หญ้าแห้งเร็ว มีสีเขียวสวย และกลิ่นหอมเหมือนใบชา โรงอบหญ้าขนาด 10ม.x30ม. บรรจุหญ้าแพงโกล่าสดได้จำนวน 20 มัด เมื่อตากเสร็จแล้วจะมัดแท่งได้ 2,000 แท่ง แต่ถ้าไม่มีก็ตากแดดบนลานซีเมนต์ หรือบนผ้าพลาสติกก็ได้ วิธีตากให้คลี่ต้นหญ้าออกวางเรียงบางๆ ให้หญ้าถูกแดดอย่างทั่วถึง อย่าวางหญ้าทับซ้อนมากเกินไปเพราะหญ้าจะแห้งช้าเกิดสีเหลือง และมีโอกาสเกิดกลิ่นเหม็นเปรี้ยวขึ้นได้ ในขณะตากให้พลิกกลับต้นหญ้าด้านล่างขึ้นมารับแสงแดดด้านบนวันละ 1 ครั้ง หากแดดจัดในวันที่ 2 ก็อาจรวบหญ้าเข้ามาเป็นกองตากทิ้งไว้อีก 1 วัน จะช่วยให้หญ้าแห้งสนิทและสีไม่ซีด ในกรณีที่ไม่มีโรงอบหญ้า ให้ตากแดด 2 วัน ระวังไม่ให้หญ้าถูกฝนหรือน้ำค้างเด็ดขาด อาจหาผ้าพลาสติกคลุมกองหญ้าไว้ในช่วงเย็นก็ได้ เพราะความชื้นจะทำให้หญ้าขึ้นราเป็นสีดำคล้ำขายไม่ได้ ถึงแม้ว่าต้นหญ้าที่ตากแดดแล้วจะแลดูว่าแห้งกรอบก็ตาม แต่ยังมีความชื้นตกค้างอยู่ภายในลำต้นเราต้องนำหญ้าไปผึ่งไว้ในที่ร่มมีลมพัดผ่านอีกประมาณ 5-7 วัน เพื่อให้น้ำระเหยออกหมด ต้นหญ้าก็จะนิ่มลงช่วยให้มัดแท่งได้ง่าย

 

รูปที่ 3 โรงอบพลังแสงอาทิตย์ขนาด ก10xย30xส5ม.

  1. การมัดแท่ง เป็นงานที่ต้องอาศัยความประณีต โดยใช้หญ้าที่เตรียมไว้มารวบจับไว้ 2 กำกลับหัวท้ายให้โคนต้นหญ้ามาซ้อนกัน ได้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เซนติเมตร รวบพับส่วนปลายทั้งสองด้านเข้ามาให้เหลือความยาวของแท่งหญ้า 28 เซนติเมตร หรือกะให้พอดีกับขนาดของถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุ นำหนังยางมามัดบริเวณที่พับไว้ก่อนกันหลุด จากนั้นจึงนำเชือกกล้วยมามัดแท่งหญ้า 3 จุด โดยพยายามรักษาแนวเส้นเชือกทุกๆแท่งให้ได้ระยะเท่ากันเมื่อใส่ถุงจะแลดูสวย ใช้กรรไกรตัดเล็มเศษหญ้าที่โผล่ทิ้งไป แรงงาน 1 คนจะมัดแท่งหญ้าได้วันละ 140 แท่ง ก่อนบรรจุถุงต้องนำแท่งหญ้าไปตากแดดอีกประมาณครึ่งวันเพื่อให้แน่ใจว่าหญ้าและเชือกกล้วยแห้งสนิทจริงๆ จากนั้นนำแท่งหญ้าไปบรรจุถุงพลาสติกชนิด PP หนาใสพิเศษ ขนาด 12” X 18” จะใส่แท่งหญ้าได้ 10 แท่งพอดี หากใช้ถุงขนาด 9” X 14” จะใส่ได้ 5 แท่ง โดยใช้เครื่องเจาะรูถุงพลาสติกไว้สำหรับระบายไอน้ำที่ยังหลงเหลืออยู่ในต้นหญ้า ซิลปิดปากถุงด้วยเครื่องซิล หรือจะเย็บด้วยลวดแม็กก็ได้


รูปที่ 4 หญ้ามัดแท่งที่ยังไม่แห้งจะเกิดเป็นเชื้อราสีขาวขายไม่ได้

 

                   รูปที่ 5 ถุงบรรจุหญ้ามัด 10 แท่ง                   รูปที่ 6 ถุงบรรจุหญ้ามัด 5 แท่ง

เทคนิคการบรรจุและเก็บรักษา

  1. ถุงพลาสติกบรรจุ ใช้ถุงร้อนพลาสติกสีใส (PP) แทนถุงซิบสีขุ่น เพื่อให้มองเห็นสีเขียวของแท่งหญ้าแพงโกล่าได้ชัดเจนขึ้น สะดวกในการตรวจสอบคุณภาพ และราคาถุงถูกลงด้วย โดยปิดปากถุงด้วยเครื่องซิลถุง หรือใช้แม็กเย็บปิดปากถุงแทน
  2. ถุงพลาสติกใสที่บรรจุหญ้าแท่งเสร็จแล้วมักเกิดรอยขูดขีดอยู่เสมอมองดูแล้วเหมือนถุงเก่า เนื่องมาจากขณะบรรจุจะต้องวางถุงพลาสติกไว้กับพื้น ซึ่งบริเวณพื้นมักมีเม็ดทรายเล็กๆอยู่ทำให้เกิดเป็นรอยขุดขีดขึ้น วิธีแก้ไขให้ใช้ผ้าปูไว้ที่พื้นแล้วหมั่นสะบัดทรายออกจากผ้าบ่อยๆ ก็จะไม่เกิดรอยที่ถุงพลาสติกอีกต่อไป
  3. ให้เจาะรูที่ถุงพลาสติกเพื่อช่วยระบายความชื้นที่ยังตกค้างอยู่ในหญ้า ถึงแม้ว่าเราจะเห็นว่าหญ้าแห้งสนิทแล้ว แต่ภายในต้นหญ้านั้นยังมีความชื้นหลงเหลืออยู่ เมื่อถูกแดดก็จะเกิดเป็นละอองน้ำขึ้นมาภายในถุงแล้วเกิดเชื้อราขึ้นได้ ฉะนั้นก่อนบรรจุควรเจาะรูขนาด 5 เซนติเมตร ที่ถุงพลาสติก จำนวน 4 แถวๆละ 8 รู เพื่อให้ผู้ซื้อได้ดมกลิ่นหอมของหญ้าแท่งด้วย
  4. ถุงพลาสติก PP ใสหนาพิเศษขนาด 12”X18” ราคากิโลกรัมละ 80 บาท มี 46 ใบ บรรจุหญ้าแพงโกล่าแห้งมัดแท่งขนาดสูง 28 เซนติเมตรได้จำนวน 10 แท่งๆละ 50 กรัม รวมน้ำหนักถุงละ 500 กรัม
  5. ถุงพลาสติก PP ใสหนาพิเศษขนาด 9”X14” ราคากิโลกรัมละ 78 บาท มี 76 ใบ บรรจุหญ้าแพงโกล่าแห้งมัดแท่งขนาดสูง 28 เซนติเมตรจำนวน 5 แท่งๆละ 50 กรัม รวมน้ำหนักถุงละ 250 กรัม
  6. การเก็บรักษาหญ้าแพงโกล่าแห้งมัดแท่ง หากยังไม่ได้นำออกจำหน่ายก็ควรเก็บรักษาไว้ในห้องที่แห้ง และเย็น ปิดทับด้วยผ้าทึบเพื่อรักษาสีเขียว และกลิ่นหอม ของหญ้า

เทคนิคอื่นๆ

  1. ในฤดูฝนแปลงหญ้าอาจมีน้ำแช่อยู่นาน ทำให้บริเวณโคนต้นหญ้าเกิดเป็นตะไคร่สีดำ เมื่อเกี่ยวหญ้ามาบริเวณโคนต้นจะมีสีดำ หลังตากแห้งแล้วจะแก้ไขด้วยการใช้หวีสางบริเวณโคนสีดำออกไป แท่งหญ้าก็จะมีสีเขียวสวย
  2. โรงอบหญ้าพลังแสงอาทิตย์ นอกจากจะช่วยให้การตากหญ้าแพงโกล่าไม่ถูกฝน หรือน้ำค้างแล้ว ยังช่วยให้หญ้าแพงโกล่ามีสีเขียวสวย และกลิ่นหอมมากขึ้นด้วย แต่โรงอบมีราคาแพงเกษตรกรควรดัดแปลงให้ถูกลง ด้วยการใช้ไม้ไผ่ทำเป็นโครงกระโจมโค้ง เสร็จแล้วคลุมด้วยพลาสติกใสที่ผสมสารป้องกันรังสียูวี ความหนา 1 มิลลิเมตรด้านล่างเปิดช่องให้อากาศผ่านเข้าออกได้ก็พอ   
  3. วัสดุมัดหญ้าแท่งเดิมเราเคยใช้หนังยาง ก็เปลี่ยนมาใช้เชือกกล้วยที่มีอยู่ในท้องถิ่น และไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ เชือกกล้วยต้องแช่น้ำก่อนใช้มัดทำให้แท่งหญ้าจึงเกิดความชื้น เมื่อมัดเสร็จแล้วจะต้องนำแท่งหญ้าไปตากแดดให้แห้งก่อนบรรจุถุงพลาสติก ส่วนตอกก็ใช้ไม่ได้เนื่องจากมีความคมจะบาดปากกระต่ายขณะกินหญ้ามัดแท่ง

 

 

รูปที่ 7 รวบรวมหญ้าเตรียมส่งตลาด

 

คุณค่าทางอาหาร

หญ้าแพงโกล่าแห้งมัดแท่ง มีความสดใหม่ สีเขียวสวย และกลิ่นหอมคล้ายใบชา เป็นลักษณะพิเศษที่หญ้าแห้งนำเข้าจากต่างประเทศไม่มี ซึ่งคุณสมบัตินี้จะจางลงไปภายใน 6 เดือน แต่ถ้าเก็บไว้ในห้องเย็นจะยืดเวลาได้นานขึ้น คุณค่าทางอาหารของหญ้าแพงโกล่าแห้งมัดแท่งมีโปรตีน (Crude Protein) 7.8 % แคลเซียม (Calcium) 0.44% และมีความชื้น (Moisture) ไม่เกิน 15%

การใช้เลี้ยงกระต่าย

การใช้เลี้ยงกระต่ายจะง่ายกว่าเดิม เนื่องจากเรามัดหญ้าเป็นระเบียบจึงสะดวกในการหยิบใช้ เพียงแต่หยิบใส่ในกรงกระต่ายทั้งแท่งไม่ต้องเสียเวลาดึงหญ้าเหมือนแต่ก่อน กระต่ายก็ได้ออกกำลังกายด้วยการดึง แทะ และโยนแท่งหญ้าเล่นอย่างสนุกสนาน หรือจะใช้กรรไกรตัดแบ่งแท่งหญ้าออกท่อนๆ นำไปใส่ถ้วยอาหารก็ได้ หญ้าแห้งเป็นอาหารหยาบที่จำเป็นต่อระบบย่อยอาหารของกระต่ายทุกเพศทุกวัย ในกระต่ายโตเต็มวัยจะกินหญ้าแห้งวันละประมาณ 1 แท่ง ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับขนาด และความชอบของกระต่ายแต่ละตัวด้วย

 

              รูปที่ 8 แสดงวิธีการตัดแท่งหญ้า                  รูปที่ 9 ลูกกระต่ายก่อนหย่านมกำลังกินแท่งหญ้า

 

 

Updated ล่าสุด 15/5/2559