ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arachis glabrata Benth. cv. Florigraze ชื่อที่เรียกกันทั่วไปคือ ถั่วกลาบราต้า หรือถั่วบราซิล เป็นพืชอาหารสัตว์เขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปอเมริกาใต้ รับรองพันธุ์และนำออกเผยแพร่โดย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่รัฐฟลอริด้า เมื่อปี พ.ศ.2521 ประโยชน์ใช้เป็นพืชอาหารสัตว์เหมาะสำหรับปล่อยสัตว์ลงแทะเล็ม ใช้ทำถั่วแห้ง ใช้คลุมดินใต้สวนผลไม้ หรือปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งสถานที่ก็ได้ (รูปที่1)


รูปที่1 แปลงถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซปลูกเป็นไม้ประดับ ริมฟุตปาดหน้าจวนผู้ว่าฯชัยนาท

 

รูปร่างลักษณะ: เป็นพืชอายุหลายปี มีลำต้นใต้ดินเรียกว่า “เหง้า (rhizomes) อยู่หนาแน่นบริเวณผิวดินลึก 5-7 ซ.ม. มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 ม.ม. (ใหญ่สุด 10 ม.ม.) เหง้าเมื่อโตเต็มที่มีสีน้ำตาลส้ม ลำต้นเหนือพื้นดินมีลักษณะตั้งตรงถึงกึ่งนอน ไม่มีแขนง ก้านมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 มิลลิเมตร ยาว 5-35 ซ.ม แตกออกมาจากตอ หรือ เหง้า ลักษณะใบเป็นแบบรวมกลุ่มกัน 4 ใบ (tetrafoliolate) ไม่มีขน หรือมีขนเล็กน้อย ขนาดกว้าง 2 ซ.ม. ยาว 4 ซ.ม. (รูปที่2) ปลายใบแหลมเล็กน้อย ก้านดอกยาว 10 ซ.ม. ดอกมีลักษณะค่อนข้างกลม ขนาดกว้าง 15-25 ม.ม. มีสีเหลือง-ส้มอ่อน (รูปที่3)

                 

     รูปที่2 ใบเป็นกลุ่ม 4 ใบ tetrafoliolate                   รูปที่3 ดอกถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซ

ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซออกดอกได้เกือบตลอดปี โดยเฉพาะระยะที่เพิ่งผ่านพ้นจากความแห้งแล้งมา หรือหลังจากตัดถั่วก็จะแตกยอดใหม่พร้อมกับออกดอก หลังจากนั้นก็จะมีการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ ถึงแม้ว่าถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซจะออกดอกได้หนาแน่นแต่ก็ติดเป็นเมล็ดน้อยมาก โดยจะมีโอกาสติดเมล็ดในช่วงแรกๆของการปลูก หรือเมื่อมีการพรวนดินใหม่เท่านั้น

พื้นที่ปลูก: ถั่วเจริญเติบโตได้ดีบนดินที่มีการระบายน้ำ และชอบดินเป็นกรด pH 4.5 ขึ้นไป แต่ก็ทนต่อดินที่เป็นกลางถึงด่างได้เล็กน้อยที่ pH 8.5 เจริญเติบโตได้บนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงสูง ทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง ในช่วงที่แห้งแล้งมากๆ ลำต้นเหนือผิวดินอาจจะตายไปแต่เหง้าใต้ดินยังมีชีวิตอยู่ และถั่วจะเจริญเติบโตขึ้นมาใหม่ก็ต่อเมื่อได้รับความชื้นพอเหมาะ ทนต่อน้ำท่วมระยะสั้นๆ ได้บ้าง เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย จะชะงักการเจริญเติบโตเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว พออุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่า 20 องศาเซลเซียสก็จะกลับมาเจริญเติบโตเป็นปกติ ชอบแสงแดดจัด ทนร่มเงาได้ปานกลาง

การปลูก: ด้วยเหตุที่ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซ ติดเมล็ดได้น้อยเราจึงต้องใช้เหง้า (รูปที่4) มาปลูกขยายพันธุ์ เริ่มจากการไถเตรียมดินให้ละเอียดเพื่อลดการแข่งขันกับวัชพืชก่อน ควรเลือกใช้เหง้าถั่วที่เพิ่งผ่านระยะพักตัวในช่วงฤดูหนาวมา เป็นช่วงที่ถั่วมีระดับ TNC (total non-structural carbohydrate) อยู่สูง ต้นถั่วจะตั้งตัวได้เร็ว อัตราการปลูกพื้นที่ขนาด 1.5 – 2.0 ตารางเมตร ใช้เหง้า 30 ตารางเซนติเมตร พื้นที่ที่เป็นดินเหนียวให้ปลูกลึก 3 ซ.ม. ส่วนดินทรายปลูกลึก 6 ซ.ม. ใช้ระยะระหว่างแถว 30-50เซนติเมตร เมื่อกลบดินเสร็จใช้ลูกกลิ้งบดอัดผิวดินให้แน่นทันที รดน้ำทุกวันต้นอ่อนจะงอกขึ้นมาในเวลา 2-3 สัปดาห์ ถั่วจะเจริญเติบโตคลุมพื้นที่ได้ภายในปีแรก ถ้าไม่มีวัชพืชแข่งขันต้นถั่วจะแผ่ขยายออกคลุมพื้นที่เพิ่มได้ปีละ 2 เมตร หากมีหญ้าขึ้นแข่งขันจะแผ่ขยายเพิ่มได้เพียงปีละ 5 – 30 ซ.ม.เท่านั้น

การผลิตเหง้า: ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซพื้นที่ 1 ไร่ สามารถผลิตเหง้า สำหรับปลูกได้ 20 - 30 ไร่ เหง้าควรมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 3 ม.ม. และ ควรปลูกอยู่ในดินที่ดีมีความชื้นเหมาะสม มีความอุดมสมบูรณ์ และปล่อยให้ต้นยาวโดยไม่ตัด หากตัดอยู่เสมอจะทำให้ผลผลิตเหง้าลดลง ทั้งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลง และ TNC ลดลงด้วย เหง้าที่ขุดมาไม่ควรแผ่กระจายออกแล้วใช้ผ้าพลาสติกคลุมไว้รดน้ำให้ความชุ่มชื้น หากกองสุมกันจะเกิดความร้อน และควรนำไปปลูกภายใน 5 วัน

การเพาะกล้า: การใช้ต้นกล้าปลูกจะได้ต้นถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซคลุมพื้นที่เร็วกว่าการปลูกด้วยเหง้า จึงแนะนำให้ใช้ต้นกล้าปลูกซึ่งมีขั้นตอนเพาะกล้าดังนี้

เตรียมวัสดุเพาะ นำดินที่ทุบย่อยและร่อนผ่านตะแกรงแล้วจำนวน 1 ส่วน ผสมกับขี้เถ้าแกลบดำจำนวน 3 ส่วน ถ้ามีขุยมะพร้าว หรือปุ๋ยหมักก็ควรผสมลงไปด้วย คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน (ไม่ควรใส่มูลวัวที่ยังไม่ย่อยสลายลงไปเพราะนอกจากจะมีเมล็ดวัชพืชปนแล้วยังจะทำให้ต้นกล้าเหลืองหรืออาจเป็นเชื้อราได้) กรอกส่วนผสมใส่ถุงพลาสติกดำขนาด 2” x 6” หรือใส่กระถางพลาสติกขนาด 6”

เตรียมเหง้า ใช้จอบขุด หรือใช้ไถผาน 3 พลิกเหง้าถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซจากแปลง ขึ้นมาเป็นก้อนๆ แล้วใช้มีดสับเหง้าออกเป็นท่อนๆ ความยาวประมาณ 10 ซ.ม. (รูปที่5) จุ่มท่อนพันธุ์ลงในน้ำยาฆ่าเชื้อราที่ผสมฮอร์โมนเร่งราก เสียบเหง้าลงในถุงเพาะประมาณ 4-5 ท่อนต่อถุง

     

          รูปที่4 แสดงเหง้าและรากของถั่ว                      รูปที่5 เหง้าถั่วสับเป็นท่อนพร้อมปลูก

การดูแลต้นกล้าพันธุ์ วางเรียงถุงต้นกล้าไว้บนพื้นซีเมนต์กลางแจ้ง ใช้สแลนดำพลางแสงคลุมต้นกล้าไว้ เพื่อลดความร้อนจากแสงแดด รดน้ำเช้าและเย็น คอยสังเกตการแตกใบอ่อนของต้นกล้า เมื่อมีใบมากพอแล้วประมาณ 21 วัน ให้เปิดสแลนออก จากนั้นให้หมั่นถอนต้นวัชพืชซึ่งอาจติดมาจากวัสดุเพาะออกไป เมื่อต้นกล้าอายุได้ 45 วันจะมีรากที่แข็งแรง ให้ใช้ปุ๋ยยูเรียประมาณ 2 ขีดละลายน้ำใส่บัวรดต้นกล้า พออายุได้ 2-3 เดือนจึงนำไปปลูกในแปลงได้

การกำจัดวัชพืช: หลังปลูก 2 สัปดาห์ ควรกำจัดวัชพืชในแปลงอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้จอบขุดหรือใช้มือถอนวัชพืช หากมีวัชพืชขึ้นหนาแน่นอาจใช้ยากำจัดวัชพืชช่วย โดยฉีดยาคุมเมื่อปลูกเสร็จก่อนที่วัชพืชจะงอก เช่น trifluralin, alachlor ให้ฉีดขณะดินมีความชื้น หากวัชพืชงอกแล้วให้ใช้ยากำจัดวัชพืชพวกหญ้าใบแคบ quizalofop-P-tefuryl หรือกำจัดแห้วหมูให้ใช้ยา pyrazosulfuron-ethyl ฉีดในช่วงเช้า 

การใส่ปุ๋ย: แนะนำให้ใส่ปุ๋ยที่มีธาตุฟอสฟอรัสสูง หากไม่มีอาจใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ หลังการตัดแต่ละครั้งในขณะที่ต้นถั่วกำลังแตกยอดใหม่ และควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มปีละครั้งเพื่อปรับโครงสร้างของดินให้ร่วนซุย

การให้น้ำ: ควรให้น้ำด้วยระบบมินิสปริงเกอร์ และทำร่องสำหรับระบายน้ำออกจากแปลงด้วย จะช่วยให้ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี

การตัด: เมื่อต้นถั่วอายุได้ 60 วันให้ใช้เคียวเกี่ยว หรือใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายไหล่ตัดต้นถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซสูงจากพื้น 5-7 เซนติเมตร และตัดครั้งต่อๆไปที่อายุไม่เกิน 45 วัน หากปล่อยให้ต้นถั่วอายุมากขึ้นจะทำให้ถั่วแห้งมีสีน้ำตาลแดงไม่สวย ควรคัดแยกวัชพืชออกไปในขณะที่ต้นยังสดๆ หากปล่อยให้แห้งจะคัดวัชพืชได้ยากมาก ในพื้นที่ที่ให้น้ำได้ตลอดทั้งปีสามารถตัดถั่วได้ถึงปีละ 6 ครั้งๆ ละ 400 กิโลกรัม/ไร่ โดยในช่วงที่มีอากาศหนาวระหว่างเดือน พฤศจิกายน ถึงธันวาคม ต้นถั่วจะโตช้าลง

การตากแห้ง: เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดให้นำถั่วไปตากบนลานปูนซีเมนต์ หรือบนแผ่นผ้าพลาสติก หรือบนตะแกรง (รูปที่ 6) เพื่อป้องกันใบร่วงลงดิน และช่วยให้ถั่วแห้งเร็วขึ้น เกลี่ยถั่วให้ได้รับแสงแดดทั่วถึง ตากทิ้งไว้ 1-2 แดด ขณะตากห้ามถูกฝนหรือน้ำค้างเด็ดขาดเพราะถั่วจะสีเปลี่ยนขายไม่ได้ จากนั้นนำไปผึ่งในที่ร่มอีก 3-4 วัน เพื่อให้ความชื้นค่อยๆลดลงได้ถั่วแห้งสีเขียวเข้ม ก่อนที่จะเก็บใส่ถุงให้นำถั่วไปผึ่งแดดอีกซัก 2 ชั่วโมง เพื่อไล่ความชื้นออกไป หากมีโรงอบหญ้าแห้งพลังแสงอาทิตย์ (รูปที่ 7) ก็สะดวกขึ้นจะตากไว้ 1วัน เช้าวันรุ่งขึ้นให้เกลี่ยถั่วรวมกองแล้วตากอีก 1วัน ถ้าแดดดีช่วงเย็นก็บรรจุถุงได้เลย

  

          รูปที่6 การตากถั่วบนตะแกรงเหล็ก                             รูปที่7 ตากถั่วในโรงอบหญ้าพลังแสงอาทิตย์

การเก็บรักษา: บรรจุถั่วที่แห้งดีแล้วในถุง 2 ชั้น (รูปที่ 8) ชั้นแรกเป็นกระสอบอาหารสัตว์ใช้แล้ว ชั้นที่สองเป็นถุงพลาสติกใสขนาดเท่ากันคลุมทับป้องกันความชื้นเข้า ใส่ถั่วแห้งเต็มถุงชั่งน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม มัดปากถุงให้แน่นวิธีนี้จะช่วยรักษาถั่วให้มีสีเขียว และกลิ่นหอมได้นานขึ้น ซึ่งเป็นความต้องการของผู้ซื้อ ห้ามใช้ถุงขยะสีดำเพราะถุงชนิดนี้มีรูเล็กๆความชื้นจึงเข้าไปในถุงได้ และมีกลิ่นเหม็นของสารเคมีด้วย จากนั้นวางเรียงถุงไว้บริเวณที่แห้งและเย็น คลุมด้วยผ้าทึบแสงอีกทีหนึ่ง พร้อมสำหรับจำหน่ายให้พ่อค้าขายส่งได้แล้ว

การบรรจุถุงเล็ก: หากต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ก็ทำได้ด้วยการนำถั่วแห้งมาบรรจุถุงเล็กและติดยี่ห้อเข้าไป อาจจะใช้ถุงพลาสติกใส PPหนา ชนิดจีบ ขนาด 8”x12” บรรจุถั่วแห้งได้ 100 กรัม (รูปที่ 9) ซิลปิดปากถุงด้วยเครื่องซิลขนาดเล็ก แล้วติดด้วยสติกเกอร์ที่หน้าถุงแสดงยี่ห้อ (Brand) ของสินค้า

โรค และแมลง: ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซมีความทนทานต่อโรคและแมลงได้ดีกว่าถั่วพินตอย อาจจะมีโรคใบจุดบ้างแต่ไม่เสียหายอะไร ส่วนแมลงศัตรูพืชยังไม่พบ เห็นแต่แมลงที่ไปกัดกินใบวัชพืชที่ขึ้นอยู่ภายในแปลงแทน เช่น บานไม่รู้โรยป่า

คุณค่าทางอาหาร:

ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซมีคุณค่าทางอาหารผันแปรไปตามสภาพแวดล้อม และอายุการตัด จากผลวิเคราะห์ของกรมปศุสัตว์ ได้ค่าโปรตีนหยาบ (CP) = 16.23% แคลเซียม (Calcium) = 2.18% ฟอสฟอรัส (Phosphorus) = 0.29% ซึ่งเป็นค่าที่ใกล้เคียงกับถั่วอัลฟัลฟ่า

ความน่ากิน: ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซมีความน่ากินสูง นอกจากกระต่ายจะชอบกินแล้ว สัตว์ชนิดอื่นๆก็ชอบกินด้วยเช่น โคนม โคเนื้อ ม้า แพะ แกะ สุกร เป็นต้น โดยให้กินได้ทั้งถั่วสด และถั่วแห้ง แต่กระต่ายชอบกินถั่วแห้งมากกว่าเนื่องจากมีกลิ่นหอมเฉพาะ

แหล่งบริการพันธุ์ถั่ว: ท่านที่สนใจต้องการต้นกล้าถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซ หรือเหง้า เพื่อปลูกเป็นอาชีพเสริม (อย่าหวังรวยนะครับ) ติดต่อขอรับกล้าพันธุ์ได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาท อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท โทร 056405056 เรามีต้นกล้าบริการฟรีรายละไม่เกิน 50 ต้น

 

       รูปที่ 8 บรรจุถุง 2ชั้นขนาด 3กิโลกรัม                     รูปที่ 9 การบรรจุถุงสำหรับจำหน่าย 100 กรัม

--------------------