โสภณ ชินเวโรจน์

ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาท กรมปศุสัตว์

หากเราเดินเข้าไปในร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยง นอกจากจะพบอาหารอัดเมล็ดแล้วยังพบเห็นผลิตภัณฑ์อาหารกระต่ายอีกมากมายหลายรูปแบบ บางทีต้องขอคำแนะนำจากผู้ขายกันเลยทีเดียว สาเหตุเนื่องจากผู้ซื้อต้องการ ความสวยงามและแปลกใหม่ ผู้ผลิตจึงต้องแข่งขันกันผลิตอาหารนานาชนิดขึ้นมาสำหรับกระต่าย แต่เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าไปแล้ว ตัวกระต่ายเองจะบอกให้ผู้เลี้ยงกลับไปซื้อสินค้านั้นซ้ำอีกหรือไม่ จากความชอบกินและสุขภาพของกระต่าย ซึ่งอาหารเสริมประเภทเยื่อใยมีโอกาสที่จะพัฒนาได้อีกมาก เช่น หญ้าแห้ง ถั่วแห้ง ผักอบแห้ง ผลไม้อบแห้ง และคุกกี้กระต่ายเป็นต้น   รูปที่ 1 คุกกี้กระต่ายทำเสร็จแล้ว

          ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arachis glabrata Benth. cv. Florigraze ชื่อที่เรียกกันทั่วไปคือ ถั่วกลาบราต้า หรือถั่วบราซิล เป็นพืชอาหารสัตว์เขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปอเมริกาใต้ รับรองพันธุ์และนำออกเผยแพร่โดย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่รัฐฟลอริด้า เมื่อปี พ.ศ.2521 ประโยชน์ใช้เป็นพืชอาหารสัตว์เหมาะสำหรับปล่อยสัตว์ลงแทะเล็ม ใช้ทำถั่วแห้ง ใช้คลุมดินใต้สวนผลไม้ หรือปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งสถานที่ก็ได้ (รูปที่1)


รูปที่1 แปลงถั่วลิสงเถา ฟลอริเกรซปลูกเป็นไม้ประดับ ริมฟุตปาดหน้าจวนผู้ว่าฯชัยนาท

การผลิตถั่วพินตอยแห้งเลี้ยงกระต่าย

โสภณ ชินเวโรจน์

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาท กรมปศุสัตว์

          ถั่วพินตอย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arachis pintoi Krapov. & W.C. Greg. ชื่อสามัญว่า ถั่วลิสงเถา, ถั่วบราซิล, pinto peanut (Australia) เป็นพืชอาหารสัตว์เขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ประโยชน์ใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์ ใช้คลุมดิน หรือใช้ตกแต่งสถานที่ต่างๆ ให้สวยงาม เช่น สนามหน้าบ้าน สนามกอล์ฟ (รูปที่ 1) รีสอร์ท เป็นต้น

          

          รูปที่ 1 ใช้ถั่วพินตอยแต่งสนามกอล์ฟ               รูปที่ 2 ลักษณะลำต้นและดอกถั่วพินตอย

โสภณ ชินเวโรจน์

ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาท กรมปศุสัตว์

บทนำ

การทำหญ้าแห้งเป็นวิธีการเก็บถนอมอาหารหยาบไว้ใช้ในยามขาดแคลน ซึ่งปกติจะผลิตคราวละมากๆ ต้องใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเข้าช่วยทำให้เป็นฟ่อนหญ้า เริ่มต้นจากการตัดหญ้า ตากแดดในแปลง เกลี่ยกลับกองหญ้า เมื่อหญ้าแห้งดีแล้วจึงใช้เครื่องอัดให้เป็นฟ่อน วิธีนี้เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ใหญ่ เช่น โคเนื้อ โคนม แพะ และม้า เป็นต้น แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะนำมาเลี้ยงกระต่ายสวยงาม เพราะผู้เลี้ยงให้ความสำคัญด้านความสะอาดปลอดภัยเป็นอย่างมาก อีกทั้งสัตว์ขนาดเล็กมีความไวต่อสารพิษมากกว่าอาจเจ็บป่วย หรือตายได้ง่ายๆ ฉะนั้นจึงต้องเน้นเรื่องความสะอาดปลอดสารพิษ มีสีสวย มีกลิ่นที่กระต่ายชอบ และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามด้วย อาจเรียกว่า “หญ้าแห้งเกรดดีเยี่ยม” (Premium Grade Hay) ก็ได้ ซึ่งหญ้าแห้งที่มีจำหน่ายกันอยู่เดิมนั้นไม่ได้พัฒนาในจุดนี้ มีการใช้หญ้าแพงโกล่าแห้งอัดฟ่อนสำหรับสัตว์ใหญ่มาแยกบรรจุถุงขาย จึงมีสีซีดกลิ่นเหม็นอับ ไม่สามารถเทียบชั้นกับหญ้าแห้งจากต่างประเทศได้ เช่น Alfalfa, Timothy, Wheat Hay, Mountain Hay เป็นต้น จากข้อมูลของกรมศุลกากร ประเทศไทยเรานำเข้าถั่วอัลฟัลฟ่าแห้งและพืชอาหารสัตว์ชนิดอื่นๆ ในปี พ.ศ.2556 คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 25 ล้านบาท ทั้งๆที่เรามีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมจะผลิตหญ้าแห้งได้ดี หากผลิตออกมาก็จะได้สินค้าที่มีความใหม่สดกว่า และยังมีแรงงานฝีมือ (Handmade) ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า (Value added) ได้อีก หากเราร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน ก็จะมีสินค้าของคนไทยให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อ ช่วยลดการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศลงไปได้บ้าง

 

รูปที่ 1 การใช้เคียวเกี่ยวหญ้าแพงโกล่าในแปลง